การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ถือว่าได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนทุกกลุ่มอายุ ด้วยการออกกำลังกายนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ รวมไปถึงช่วยให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ห่างไกลจากโรคร้าย ซึ่งเหตุผลดังกล่าวทำให้ใครหลายต่อหลายคนหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและจัดสรรเวลาเพื่อการออกกำลังกายในแต่ละวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนเมืองอย่างคนกรุงเทพฯ ที่ถูกจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ ก็ยังสรรหาเวลาและสถานที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนกรุงเทพฯ มักจะเลือกออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เพราะการออกกำลังกายแบบนี้ช่วยให้ร่างกายได้ออกกำลังในทุกส่วน ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องอุปกรณ์ เพราะมีเพียงแค่รองเท้าวิ่งคู่เดียวก็สามารถออกกำลังได้ทั้งบนลู่วิ่งไฟฟ้าและสวนสาธารณะแล้ว

รองเท้าวิ่ง อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้

          สำหรับการวิ่งนั้น อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้คือรองเท้าวิ่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นที่สวนสาธารณะหรือบนลู่วิ่งไฟฟ้า การเลือกใช้รองเท้าที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรองเท้าสำหรับการออกกำลังกายประเภทนี้มีให้เลือกมากมาย หลากหลายรูปแบบและมีหลายราคาตามคุณภาพของรองเท้า ซึ่งเราขอแนะนำว่า การเลือกรองเท้าที่ดีนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น ก็ควรเลือกรองเท้าที่มีคุณภาพดี เพื่อช่วยให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ซึ่งหากใครกังวลในเรื่องของราคา ขอบอกเลยว่าเดี๋ยวนี้รองเท้าคุณภาพดีจากแบรนด์ดังไม่แพงอย่างที่คิดและหาซื้อได้ง่าย รับประกันได้ว่าใช้งานแล้วคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน

ความแตกต่างระหว่างจ๊อกกิ้งที่สวนสาธารณะกับลู่วิ่งไฟฟ้า

          คราวนี้มาถึงในส่วนของความแตกต่างระหว่างการวิ่งที่สวนสาธารณะกับลู่วิ่งไฟฟ้าที่บ้านกันบ้าง เพราะทุกคนทราบดีว่าคนเมืองส่วนใหญ่มีเวลาจำกัด บางครั้งการจะแบ่งเวลาเพื่อออกมาที่สวนสาธารณะอาจไม่มี การได้ออกกำลังกายที่บ้าน ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี แล้วอย่างนี้ข้อดีและข้อเสียของการออกกำลังกายทั้ง 2 แบบมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

ข้อดีและข้อเสียของการวิ่งที่สวนสาธารณะ

          แน่นอนอยู่แล้วว่า การออกกำลังกายที่ส่วนสาธารณะส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจ เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับอากาศที่สดชื่น ได้ผ่อนคลายและได้พักผ่อนชมบรรยากาศโดยรอบ ที่สำคัญใครชื่นชอบการวิ่งมาราธอน การฝึกที่สวนสาธารณะจะส่งผลดีกว่า ซึ่งข้อเสียคือบางครั้งอากาศอาจร้อนเกินไป ฝนอาจตกและมีผู้มาใช้บริการสวนสาธารณะจำนวนมาก ทำให้เราไม่สามารถออกกำลังกายที่สวนสาธารณะได้นั่นเอง

โดยในส่วนของสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ที่เปิดให้บริการฟรีนั้น ปัจจุบันมีหลายที่ทีเดียว  แต่ละสถานที่เปิดให้บริการฟรีตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. ซึ่งหากใครยังไม่รู้ว่ามีที่ไหนบ้าง เราขอแนะนำ 10 พิกัดสถานที่ออกกำลังกายฟรีในกรุงเทพฯ ได้แก่

1. สวนเบญจกิติ

2. สวนสันติภาพ

3. สวนลุมพินี

4. สวนเบญจสิริ

5. สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเกียกกาย

6. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

7. สวนรมณีนาถ

8. สวนจตุจักร

9. สวนหลวงพระราม 8

10. สวนเสรีไทย

ข้อดีและข้อเสียของการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า

          สำหรับข้อดีนั้นมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย สามารถออกกำลังกายได้ทุกเวลาที่ต้องการ ไม่ต้องกังวลเรื่องฝนตก แดดจ้าและอากาศที่ร้อนแรง แต่แน่นอนว่าอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ ยังคงเป็นรองเท้าวิ่งเช่นเดิม ส่วนข้อเสียคือบางคนอาจรู้สึกอึดอัด จำเจและน่าเบื่อ ที่สำคัญหากไม่มีอุปกรณ์ที่ว่านี้อยู่ในบ้าน การวิ่งบนลู่ไฟฟ้าจึงต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ยิมหรือฟิตเนส ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการใช้บริการและในบางครั้งเมื่อไปแล้ว อาจมีผู้ใช้บริการเต็ม ทำให้เราไม่สามารถใช้บริการได้ เสียทั้งโอกาสและเวลา

          ทั้งหมดนี้คือข้อดีและข้อเสียของการออกกำลังกายทั้ง 2 แบบ ซึ่งการเลือกประเภทของการออกกำลังกายนั้น อาจต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล เวลาและโอกาสที่เอื้ออำนวยด้วย แต่ไม่ว่าจะเลือกออกกำลังกายที่ไหน ก็ส่งผลดีต่อสุขภาพ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและห่างไกลโรคร้ายได้เช่นเดียวกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสถานที่วิ่งออกกำลังกายที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ รวมไปถึงรองเท้าวิ่งที่จะใช้ใส่ในสวนสาธารณะหรือบนลู่วิ่งไฟฟ้ากันไปแล้ว ซึ่งหากใครกำลังหาสถานที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดีๆ แล้วล่ะก็ อย่าลืมไปลองออกกำลังกายตามสถานที่ซึ่งเราได้แนะนำไปด้วยล่ะ เราเชื่อว่าต้องมีสักหนึ่งสถานที่ที่คุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน ที่สำคัญฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วยนะ ทีนี้คุณก็จะได้ออกกำลังกายในสถานที่ดีๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีกันแล้วล่ะ