Apple สานต่อโปรดักส์ นาฬิกาข้อมือ ด้วยการออก Apple Watch Series 2 อัปเกรดสเป็กและฟีเจอร์ใหม่ เพื่อให้ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์การ ‘ออกกำลังกาย’ มากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มอิสระการใช้งานที่หลากหลาย ปรับลุกให้เป็นแวร์เรเบิลที่เหมาะกับข้อมือของคุณ ได้ทุกเวลาและสถานที่  

ตอบรับการออกกำลังกายที่หลากหลาย

apple-watch-sport

ไฮไลต์สำคัญใน Apple Watch Series 2 คือการเพิ่ม GPS เข้ามาในตัว ทำให้สามารถตรวจวัดการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ แม้จะอยู่ห่างจากเครื่อง Mac หรือ iPhone โดยทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัด อัตราการเต้นของหัวใจ ที่สำคัญคือสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 50 เมตร นั่นทำให้ว่ายน้ำในสระหรือทะเลได้อย่างไม่ต้องกังวล

วงแหวนกิจกรรมและแอปเพื่อสุขภาพ

แอปเปิลวอทช์

Apple Watch Series 2 สามารถสนับสนุนและติดตามการออกกำลังกายได้ถึง 12 แบบ ตั้งแต่ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง โดยมี วงแหวนกิจกรรม ที่ช่วยให้คุณเก็บแต้มสถิติการแอ็กทีฟต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายใหม่ๆ ในการออกกำลังกาย อีกทั้งยังสนับสนุน แอปสุขภาพ/ออกกำลังกาย อื่นๆ ทั้ง แอปดูสรุปการนอนอย่าง Beddit หรือ Lark ที่เป็นโค้ชลดน้ำหนักส่วนตัว ให้คุณได้ฝึกโยคะกับ Pocket Yoga และ iCalorie ที่ช่วยให้คุณรู้ทันเรื่องโภชนาการ พร้อมรวบรวมสถิติทุกอย่างไว้ใน แอปสุขภาพ บน iPhone

หน้าปัด แอป และ การแจ้งเตือน

แอปเปิลสมาร์ทวอทช์

ให้คุณไม่พลาดข้อความใหม่หรือทุกสายเรียกเข้า ด้วยการแจ้งเตือนที่รวดเร็วแม่นยำ ผ่านชิป Apple S2 Dual-Core ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิให้ Apple Watch Series 2 สามารถทำงาน และประมวลผลกราฟิกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมความสว่างของจอที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ไม่หวั่นแม้มองกลางแสงแดด  อีกทั้ง หน้าปัดนาฬิกา ที่มีลูกเล่นหลากหลายกว่า Apple Watch รุ่นแรก พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ให้ใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม

Apple Watch Nike+

apple-watch-nike-plus

พิเศษกว่าและไม่เหมือนใคร แถมเอาใจเหล่านักวิ่ง ด้วยอิดิชั่นพิเศษจาก Nike ที่ให้คุณสร้างคอมมูนิตี้นักวิ่งได้บน Nike+ Run Club มาพร้อมสาย Nike Sport Band จากวัสดุยางฟลูโอโรอีลาสโตเมอร์ ทนทาน และมีน้ำหนักเบาเหมือนกับสาย Sport Band ของ Apple Watch ดั้งเดิม แต่ระบายอากาศได้ดีกว่า แถมโดดเด่นด้วยหน้าปัดนาฬิกาที่ออกแบบมาสำหรับซีรีส์นี้โดยเฉพาะ

เลือกแบบที่ใช่ ดีไซน์ที่ชอบ

apple-watch-series-1

Apple Watch Series 2 ยังมีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาด คือ 38 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่น ทั้งแบบตัวเรือนอลูมิเนียมและสเตนเลสสตีล โดยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 13,900 บาท จนถึง 47,500 บาท ในรุ่น Watch Edition ที่ตัวเรือนเป็นเซรามิก พร้อมวางจำหน่ายบน Apple Store และเร็วๆ นี้บน Central Online

ภาพและข้อมูล : Apple