รู้หรือไม่ว่า การออกกำลังกายในหน้าหนาวนั้น จะช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าการออกกำลังกายปกติ หนาวนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่จะชวนทุกคนมาออกกำลังกายไปด้วยกัน ไม่ว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร คนที่ร้างลาจากการออกกำลังกายไปนาน หรือคนที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ซึ่งการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย และได้รับความนิยมมากที่สุดตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น การวิ่ง เพราะเป็นการออกกำลังกายชนิดที่เผาผลาญไขมันได้ดี อุปกรณ์ก็หาไม่ยาก เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องวุ่นวายให้มากความ แค่มีรองเท้าวิ่งคู่เดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณก็วิ่งได้แล้ว แต่อาจจะต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษสักหน่อย เพราะการวิ่งในหน้าหนาวอาจจะมีความพิเศษกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ดังนั้นเราจึงจะมาเผย 5 เคล็ดลับการวิ่งฤดูหนาวให้ฟิตแอนด์เฟิร์มกัน

1. หาเสื้อผ้าและอุปกรณ์ให้เหมาะกับการวิ่งฤดูหนาว

          ออกกำลังสิ่งที่สำคัญมากในการกายช่วงฤดูหนาวก็คือเสื้อผ้าที่ใช้ปกป้องร่างกายจากความเย็นภายนอก ให้ร่างกายยังคงความอบอุ่นไว้ได้เสมอ เราควรที่จะเลือกเสื้อแขนยาว และกางเกงขายาวให้เหมาะสมกับระดับของความหนาว ซึ่งถ้าหนาวมากก็ควรที่จะใส่เสื้อผ้าหลายชั้นขณะออกกำลังกาย อย่ากลัวที่จะรู้สึกไม่คล่องแคล่ว แต่ให้กลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อต้องเผชิญกับความหนาวมากๆ นอกจากเสื้อผ้าแล้วอุปกรณ์อื่นๆเช่น ถุงมือ ถุงเท้า หมวก ก็ควรเตรียมให้พร้อมเช่นกัน

2. เลือกซื้อรองเท้าวิ่งให้เหมาะสม

          ในฤดูหนาวหนาวนั้น เรามักจะพบว่าพื้นถนนมักจะลื่นกว่าปกติ เนื่องจากน้ำค้างหรือหมอกที่ลงมาในช่วงเช้าหรือช่วงค่ำๆซึ่งเป็นเวลาที่คนจะออกไปวิ่ง และไม่ใช่รองเท้าทุกคู่ที่จะยังคงหนักแน่นได้เมื่อเผชิญความลื่นของพื้น เพราะรองเท้าวิ่งจำนวนมากพยายามออกแบบให้มีความเบา นุ่มนวล รองรับการกระแทก หรือมีแรงส่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันพื้นรองเท้าเหล่านั้นก็สูญเสียคุณสมบัติในการยึดพื้นไปด้วย เมื่อเจอพื้นลื่นๆก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นจึงควรมั่นใจให้ดีว่ารองเท้าของคุณพร้อมสำหรับฤดูหนาวแล้ว

3. เปลี่ยนเวลามาออกกำลังกายตอนเช้าสิ

          โดยทั่วไปแล้วเรามักจะเห็นคนมาออกกำลังกาย 2 ช่วงเวลา ก็คือช่วงเช้ากับช่วงเย็น เนื่องจากเป็นเวลาที่ไม่ค่อยมีแดด และอากาศไม่ร้อนมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่จะเหมาะกับวัยนักศึกษาและวัยทำงาน ได้มาออกกำลังกายหลังเลิกงาน แต่ในช่วงฤดูหนาวนั้นจะมีช่วงกลางคืนยาวกว่ากลางวัน นั่นก็หมายความว่าในช่วงเย็นจะมืดเร็วกว่า ซึ่งการที่มืดเร็วนั้นก็ตามมาด้วยอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงทัศนวิสัยที่แย่ลง ก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ เรียกว่ามีเวลาออกกำลังกายน้อยลง และเสี่ยงต่ออากาศหนาวรวมไปถึงอันตราย ดังนั้นการเปลี่ยนมาออกกำลังกายช่วงเช้าแทนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย ยิ่งสายยิ่งอบอุ่นขึ้น เพราะแดดหน้าหนาวไม่ได้ร้อนมากนัก นอกจากนั้นการเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน ให้นอนเร็วและตื่นเช้า ยังช่วยเรื่องสุขภาพได้อีกด้วย

4. ลองฝึกเทคนิคการวิ่งใหม่ๆ

          อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า การออกกำลังกายหน้าหนาวนั้นเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า  จึงเหมาะกับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ที่เคยชิน รวมถึงเรื่องของเทคนิคการวิ่ง ในเวลาปกติหลายคนไม่กล้าที่จะใช้ความเร็วในการวิ่งมากนัก เพราะรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เหงื่อออกเยอะ มีข้อจำกัดทางร่างกาย แต่สำหรับหน้าหนาวที่อากาศเย็นสบายๆ และเหงื่อออกน้อยลง เราสามารถผลักดันขีดจำกัดของตัวเอง โดยการวิ่งให้นานขึ้น ไกลขึ้น หรือเร็วขึ้นได้ แต่ก็ต้องระวังไม่ฝืนตัวเองเกินไป ต้องอย่าลืมที่จะดูสัญญาณของร่างกายตัวเอง

5. ไม่อยากออกไปข้างนอก ใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าสิ

          หากคุณเป็นคนไม่ถูกกับอากาศหนาวอย่างแรง การออกกำลังกายในบ้านหรือในยิมก็ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่ดีเลยทีเดียว เพราะคุณคงไม่อยากให้อากาศหนาวเป็นข้ออ้างง่ายๆในการที่จะไม่ดูแลสุขภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วการใช้เทคนิคการวิ่ง ก็สามารถเผาผลาญไขมันได้ดีไม่แพ้การวิ่งข้างนอก เพราะสามารถปรับความเร็ว ปรับความชันได้ และทำอย่างอื่นๆชิวไปด้วยขณะที่ออกกำลังกายก็ยังได้

ครบแล้วสำหรับ 5 เคล็ดลับง่ายๆสำหรับการวิ่งฤดูหนาว ซึ่งจะเห็นได้ว่ารายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งก็มีผลต่อความปลอดภัยของสุขภาพร่างกาย เพราะจริงๆแล้วการออกกำลังกายเป็นเรื่องของรายละเอียดเล็กๆซึ่งเราไม่สามารถมองข้ามได้ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้นี่แหล่ะที่ประกอบกันเป็นภาพรวมของสุขภาพที่ดี การวิ่งก้าวเล็กๆทีละก้าวนี่แหล่ะ คือรากฐานสำคัญของหุ่นที่ดี การไม่มีไขมันส่วนเกิน และปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้น จงใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆเหล่านี้ และอย่าหยุดพยายาม เพราะความพยามที่แม้จะเล็กน้อย ก็จะสะสมกันเป็นความสำเร็จได้ในวันหนึ่ง อย่ากลัวว่าตัวเองจะทำได้แย่ ทำได้น้อยกว่าคนอื่น เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การได้ลงมือทำนั่นเอง