อากาศในบ้านเราปั่นป่วนแปรปรวนได้ตลอดเวลา เดี๋ยวฝนตกแดดออกไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนคือความร้อนที่อยู่ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะหน้าไหนๆ ก็ยังต้องให้เราหาซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาคลายร้อนกันเสมอๆ เพราะพัดลมทั้งธรรมดาและแบบไอเย็นเริ่มจะเอาอากาศร้อนไม่อยู่ซะแล้ว “แอร์เคลื่อนที่” จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นตัวเลือกใหม่ มาใช้ในการคลายร้อนในปัจจุบัน เนื่องจากขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไปแถมมีล้อเลื่อนทำให้การเคลื่อนย้ายเปลี่ยนมุมทำได้สะดวก อีกทั้งราคาในปัจจุบันก็เริ่มถูกลง แถมวิธีเลือกก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพื่อนๆ ที่กำลังอยากได้แอร์เคลื่อนที่มาคลายร้อนกันสักตัว จะต้องเลือกอย่างไรบ้าง เรามาเช็คกันเลย!

1 ขนาดห้องที่ต้องการนำไปใช้

อันดับแรกที่แสนจะสำคัญและไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับการเลือกแอร์แบบติดผนัง ที่ขนาด BTU ของแอร์ต้องสัมพันธ์กับขนาดห้อง แอร์เคลื่อนที่ก็เหมือนกัน เราต้องคำนวนขนาดห้องกับขนาด BTU ให้พอเหมาะ เพื่อการทำงานที่ไม่หนักเกินไปของตัวแอร์เคลื่อนที่ และเพื่อประหยัดไฟ ประหยัดเงินในกระเป๋า แถมให้ห้องเย็นได้ถึงใจอีกด้วย วิธีการเลือกก็ไม่ยากเลย มีหลักง่ายๆ ก็คือ

  • 6,000 BTU ครอบคลุมพื้นที่ 7 – 8 ตารางเมตร
  • 8,000 BTU ครอบคลุมพื้นที่ 8 – 11 ตารางเมตร
  • 10,000 BTU ครอบคลุมพื้นที่ 12 -15 ตารางเมตร
  • 12,000 BTU ครอบคลุมพื้นที่ 16 – 21 ตารางเมตร
  • 15,000 BTU ครอบคลุมพื้นที่ 20 – 28 ตารางเมตร

แค่เลือกขนาดบีทียูตามขนาดห้องด้านบนนี้ เราก็สามารถเลือกแอร์เคลื่อนที่มาคลายร้อนได้ไม่ยากแล้วนะ สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือต้องดูด้วยว่าห้องที่เราจะใช้นั้นโดนแสงแดมากน้อยแค่ไหน ถ้าโดนแดดมากก็จำเป็นที่ต้องบวกเผื่อขนาดบีทียูต่อตารางเมตรเข้าไปด้วยก็เซฟดี

brown wooden chair near brown wooden table

2 วางห้องไหนมุมใดต้องคิดให้ดี

ด้วยความที่เป็น แอร์เคลื่อนที่ มันจึงสามารถวางได้ทุกห้องที่ต้องการ แต่อย่าลืมว่ามันมีท่อระบายความร้อนที่ต้องปล่อยออกด้านนอก เช่นเดียวกับคอมเพรสเซอร์ทั่วไป แน่นอนว่าท่อลมร้อนสามารถยืดหดได้ แต่ความยาวที่ให้มาอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นควรวางแอร์เคลื่อนที่ไว้ใกล้กับหน้าต่างและมีปลั๊กไฟในบริเวณใกล้เคียง เพื่อความง่ายในการติดตั้งท่อระบายความร้อน แต่ถ้าไม่สามารถวางในจุดใกล้หน้าต่างได้ เราก็จำเป็นต้องเจาะผนังเพื่อติดตั้งท่อระบายความร้อน เจ้าท่อระบายความร้อนนี่แหละที่ทำให้เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

3 การดูแลรักษา

เช่นเดียวกับแอร์บ้านหรือแอร์ติดผนัง แอร์เคลื่อนที่ก็ต้องการการดูแลรักษา โดยปกติแล้วแอร์ทุกประเภทมักจะต้องมีการระบายน้ำทิ้ง แต่สำหรับแอร์เคลื่อนที่แล้ว มักจะมีระบบที่นำน้ำทิ้งกลับไปหมุนเวียน เพื่อทำความเย็นใหม่ ช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาน้ำรั่วซึมมากนัก แต่ถ้าน้ำในระบบเต็มจนมีไฟโชว์ เราก็จำเป็นต้องเคลื่อนแอร์ไปเพื่อทิ้งน้ำ หรืออาจจะต่อท่อรอไว้ก็สะดวกดี

ในส่วนของฟิลเตอร์สำหรับกรองฝุ่นก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องมีการทำความสะอาดดูดเป่าฝุ่นอยู่เป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาแอร์ดูดลมเข้าไม่ได้เต็มที่ จนเกิดน้ำแข็งที่เป็นสาเหตุของน้ำล้นรั่วซึมได้

แอร์เคลื่อนที่ 9000 BTU รุ่น PA-J7090C สีขาว

4 เสียงดังเวลาทำงานมากน้อยแค่ไหน

เนื่องจาก ‘แอร์เคลื่อนที่’ มีระบบคอมเพรสเซอร์อยู่ในตัว ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เงียบนัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับห้องหรือสถานที่ ที่เราตั้งวางเจ้าแอร์เคลื่อนที่ไว้ ว่าเราสามารถรับกับเสียงของมันได้มากน้อยแค่ไหน อย่างห้องนั่งเล่นหรือห้องครัวก็คงไม่เท่าไร แต่ถ้าเป็นห้องนอนเราอาจจะต้องเลือกรุ่นที่เงียบนิดนึงเพื่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่

5 ประหยัดพลังงานหรือไม่

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดมีอัตราการใช้ไฟฟ้าที่แตกต่างกัน แอร์เคลื่อนที่ ก็เช่นเดียวกับเครื่องปรับอากาศทั่วไป ระยะเวลาในการทำงานและขนาดของ BTU จึงส่งผลต่อค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ดังนั้นปัจจัยด้านขนาดห้องกับ BTU จึงต้องสัมพันธ์กัน เพราะถ้าเราเลือกครอบคลุมพื้นที่ในขนาดที่พอเหมาะ นอกจากจะทำให้ห้องเย็นฉ่ำแล้ว ยังช่วยให้แอร์ทำงานไม่หนัก ไม่เปลืองไฟ แถมอยู่กับเราไปอีกยาวนาน

เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ (7,000 BTU) รุ่น AN-PAC07CP

 

เห็นมั้ยว่าการเลือกแอร์เคลื่อนที่ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าเพื่อนๆ ทำได้ตามเช็คลิสต์ 5 ข้อนี้ รับรองเลยว่าจะต้องได้แอร์เคลื่อนที่ แจ่มๆ ที่เปิดทีเย็นฉ่ำมาคลายร้อนในช่วงนี้ที่อากาศแปรปรวน จะร้อนมากร้อนน้อยแค่ไหน ก็เอาอยู่แน่นอน