ความสุขของพ่อแม่คือการได้รับรู้ว่าอีกไม่นานจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในครอบครัว และยิ่งพิเศษมากขึ้นเมื่อเขาได้ลืมตามาดูโลกพบหน้าพ่อแม่ที่ดูแลเขาอย่างดีตลอดเวลาที่เขาอยู่ในครรภ์มารดา รวมถึงมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ หลังจากนี้คือช่วงเวลาอีกหลายปีที่จะต้องดูแลเจ้าตัวน้อยในทุกๆ วันอย่างดีที่สุด แต่เมื่อเด็กทารกยังไม่สามารถพูดคุยได้ อีกทั้งการแสดงออกบางอย่างเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า ลูกน้อยต้องการจะบอกอะไรกับเรา ถึงความรู้สึก ความต้องการ ที่ต้องการสื่อสารอย่างตั้งใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่เองจะต้องเอาใจใส่ หมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของลูก เพื่อให้ตอบสนองลูกได้ถูกต้องมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถช่วยให้เราเรียนรู้พฤติกรรมของเด็กทารก และรับทราบถึงความต้องการของลูกได้ดีไปพร้อมกันด้วย

#สะอึก

แม้เด็กทารกยังเล็กอยู่มากแต่การสะอึกก็เกิดขึ้นได้แล้ว โดยสาเหตุมาจากการที่เขาดูดนมแม่ในจำนวนมากและเร็ว ทำให้กระเพาะอาหารขยายจนไปดันกระบังลม ส่งผลให้เกิดอาการสะอึก อาการนี้มักจะเกิดหลังจากที่ลูกดูดนมจนอิ่มแล้ว เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ให้ช่วยไล่ลมให้กับเขา โดยการจับอยู่ในท่านั่ง หรืออุ้มพาดบ่าไว้นานประมาณ 5-10 นาที แล้วอาการสะอึกจะค่อยๆ หายไปเอง

#ตกใจผวา

หากลูกน้อยอยู่ๆ ก็มีท่าทางในลักษณะกางแขนกางขาแล้วรีบหุบทันที จากนั้นก็จะเริ่มร้องไห้ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าลูกกำลังตกใจ กลัว หรือเกิดอาการผวา ซึ่งสาเหตุอาจจะมาจากได้ยินเสียงอันดัง หรือต้องเจอกับแสงแดดจ้ากะทันหัน สามารถปลอบเขาได้โดยการห่อร่างกายของเขาไว้ด้วยผ้าห่มนุ่มเบา เขาจะรู้สึกอบอุ่นและอุ่นใจมากขึ้น อาการนี้พบได้ตั้งแต่เด็กในวัยแรกเกิด แต่ก็จะหายไปเมื่ออายุประมาณ 4-6 เดือน

#หิว

โดยมากเด็กทารกมักจะตื่นขึ้นพร้อมกับการร้องไห้ ส่งสัญญาณขออาหารทันที บ่งบอกให้รู้ว่าหิวแล้ว เสียงที่ร้องจะสั้นเพียงวินาทีและมีโทนต่ำ หากไม่ได้รับการตอบสนองเด็กจะร้องเสียงดังขึ้นอีก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องตกใจหรือเอาใจลูกอย่างรวดเร็วว่องไวเกินไปนัก ไม่จำเป็นจะต้องเตรียมทุกสิ่งอย่างไว้ชนิดใช้งานได้ทันท่วงที เพราะนั่นจะเป็นการทำให้ลูกฝังใจว่าคุณจะต้องดูแลให้อาหารเขาได้รวดเร็วอย่างนี้ตลอดไป

#ไม่สบายตัว

หากเทียบกับการร้องไห้เพราะความหิว อาการนี้ที่มาเป็นเสียงร้องไห้จะยาวนานกว่าเป็นสองเท่า ต่างกันตรงที่ระดับเสียงจะไม่เพิ่มขึ้นและจะอยู่ในโทนเสียงเดียว เมื่อทราบแล้วว่าลูกไม่สบายตัว ให้เริ่มตรวจตามร่างกายว่ามีแผลหรือระคายเคืองตรงไหนหรือไม่ รวมไปถึงให้เช็กสิ่งต่างๆ รอบตัวว่าเกี่ยวกับผ้าอ้อมที่ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ร้อนหรือหนาวเกินไป หรือต้องการเปลี่ยนท่าเพราะอยู่กับที่มานานแล้ว หากเขาอยู่ในรถเข็นหรือเบาะนั่งเบาะนอน ให้คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกขึ้นตัวตรง แล้วพาดไว้ตรงหัวไหล่ของคุณชั่วคราว เพื่อให้เขาผ่อนคลายสบายตัวมากขึ้น

 

#ท้องผูก

สังเกตได้จากอุจจาระของลูก ถ้าเป็นก้อนแข็งทั้งหมดในการขับถ่ายครั้งนั้น นั่นคืออาการท้องผูกของเด็กทารก อาการนี้จะพบได้บ่อยในกรณีที่ไม่ได้ให้เขาดูดน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว มีการชงผสม ชงในสัดส่วนเจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไป หรือใช้นมผิดวัยของเด็ก ก็จะทำให้เขาเกิดอาการท้องผูก เพราะเนื่องจากน้ำนมแม่เป็นน้ำนมแท้ ไม่มีอย่างอื่นเจือปน จะทำให้เขาย่อยง่ายและช่วยระบายท้อง และสามารถให้ลูกถ่ายอุจจาระได้เป็นปกติ

#ชักเกร็ง

อาการนี้จะมีลักษณะชักแบบเกร็ง หรือร่างกายกระตุก ปกติแล้วอาการจะหยุดเองภายในเวลา 3-5 นาที หากมากเกินกว่านี้ควรพาไปพบแพทย์ โดยมากจะเกิดเพราะมีไข้สูง ซึ่งอุณหภูมิปกติสำหรับเด็กทารกอยู่ที่ 37 องศา หากต่ำกว่าหรือเกินไป 0.5 องศา คือเป็นไข้ เบื้องต้นควรเช็ดตัวให้ลูก ในกรณีที่ลูกมีไข้สูงจนเกิดอาการชัก ระหว่างพาไปหาหมอให้จับลูกนอนในท่าตะแคง หัวต่ำ ป้องกันลูกสำลัก ทั้งนี้ ห้ามใช้วัสดุใดๆ ก็ตามไปงัดปากลูกโดยเด็ดขาด

 

 

เหล่านี้เป็นอาการเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้โดยมากสำหรับเด็กทารกวัยแรกเกิด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ไม่ยาก หากเริ่มเข้าใจเสียงร้องบอกหรือการแสดงท่าทางของลูกได้ ก็จะสามารถตอบสนองอาการของลูกได้เป็นอย่างดี มีความสุขทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณลูก เบื้องต้นไม่ต้องกังวลว่าจะรู้ได้อย่างไร เพราะเมื่อเลี้ยงลูกไปได้สักพักจะเริ่มคุ้นชิน แยกเสียงและอาการต่างๆ ออกได้เองจนแทบไม่เชื่อตัวเองเชียวล่ะ!

 

CR: motherandbaby, todaysparent, edziecko,
bjingles, jussmile,
happysleepers, dokterdokter