พัฒนาการทารกในครรภ์สามารถสร้างได้ด้วยการออกกำลังกายของคุณแม่ ปัจจุบันมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่อย่างแพร่หลาย เพื่อให้คุณแม่ได้ขยับร่างกายอย่างปลอดภัย ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการให้กับเด็กในครรภ์อย่างเห็นผล ไม่ว่าจะเป็นการบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์หรือวิธีการออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำวันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ มาฝากเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะที่สนใจเกี่ยวกับการบริหารร่างกาย

ความรู้เกี่ยวกับการบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์

การบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน หลักๆ เลยคือการออกกำลังกายที่ปราศจากแรงกระแทกและต้องไม่หักโหมเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะหรือการออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำที่กำลังได้รับความนิยมสูง นอกจากจะไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและระบบการไหลเวียนโลหิตของคุณแม่ที่ดีขึ้น รวมถึงระบบต่างๆ ในร่างกายที่ทำงานกันอย่างสัมพันธ์ ไม่เพียงเท่านั้นยังส่งผลต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ที่ดีขึ้นด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์ก็ควรปฏิบัติอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คุณแม่ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน เพื่อประเมินถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ในเรื่องของระยะเวลาการตั้งครรภ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์ด้วย ที่ดีที่สุดคือระยะครรภ์ 4 เดือน หากคุณแม่ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีอาการแทรกซ้อน ก็สามารถออกกำลังกายได้ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3-4 วัน โดยในหนึ่งวันควรออกกำลังกาย 30-40 นาที

ท่าบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ท่าที่เกี่ยวกับการกระโดดหรือการวิ่งเพราะจะทำให้เกิดการกระแทกที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้รวมถึงท่าบริหารที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหน้าท้อง เช่น ซิตอัพ เป็นต้น ท่าบริหารที่ดีที่สุดคือการเดิน เพราะไม่มีแรงกระแทกและไม่หักโหม จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ หากอยากออกกำลังกายเกี่ยวกับแอโรบิก ควรทำในน้ำ เพราะน้ำจะช่วยรับน้ำหนักเด็กได้ดี ช่วยลดอาการปวดหลังของคุณแม่ได้

กีฬาที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้โดยไม่ส่งผลกระทบ ได้แก่ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟ เต้นแอโรบิกในจังหวะที่ไม่เร็วและแรงเกินไป เล่นโยคะ เต้นรำ โดยทุกท่าบริหารควรอยู่ในเวลาที่เหมาะสม ไม่มากหรือนานเกินไป เพราะจะส่งผลต่อกระทบต่อร่างกายและเด็กในครรภ์ได้ โดยการออกกำลังกายทั่วไป สามารถทำได้ในเวลา 30-45 นาที ส่วนการว่ายน้ำสามารถทำได้ 15-20 นาที

เรื่องที่คุณแม่ควรรรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำ

การออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำ มีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทารกในครรภ์แล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อของคุณแม่ได้ดีอีกด้วย ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับสรีระของคุณแม่ตอนตั้งครรภ์เป็นอย่างดี

จากประโยชน์ของแรงดันในน้ำที่เหมาะสมช่วยให้การหมุนเวียนเลือดของคุณแม่ดีขึ้นเพราะโดยปกติแล้วเลือดจะคั่งอยู่บริเวณขาและเท้า ซึ่งทำให้เกิดอาการเส้นเลือดโป่งพอง แต่เมื่อออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำจะทำให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยให้การสูบฉีดของเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงตามร่างกายนั้นดีขึ้นด้วย นอกจากนี้การสูบฉีดเลือดยังดีไปถึงมดลูก รกและไต ช่วยเรื่องการขับปัสสาวะและช่วยลดอาการบวมที่บริเวณมือและเท้า ทั้งยังช่วยให้คุณแม่คลายอาการปวดหลังเพราะในน้ำจะรับน้ำหนักตัวเด็กในครรภ์ได้มากถึง 90%

การออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำช่วยให้คุณแม่มีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยเรื่องระบบการไหลเวียนเลือด และช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ส่งผลต่อการคลอดลูกที่ง่ายขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างคลอดและบรรเทาอาการเครียดของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

ข้อแนะนำสำหรับคุณแม่ที่ต้องการออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำคือก่อนปฏิบัติจะต้องมีการ Warmup ร่างกายก่อน ประมาณ 5-10 นาที ทั้งยังต้องยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายอีกด้วย โดยระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายแอโรบิกในน้ำจะอยู่ที่ 30-45 นาที หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้วยังควรทำ Cool down ร่วมด้วยทุกครั้งและเพื่อป้องกันการเป็นตะคริวระหว่างออกกำลังกายในน้ำ คุณแม่ยังต้องดื่มน้ำก่อนออกกำลังกาย ระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายอีกด้วย เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การบริหารร่างกายส่งผลดีต่อพัฒนาการทารกในครรภ์และป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคุณแม่อีกด้วย

ผ่านไปแล้วสำหรับการพัฒนาการทารกในครรภ์ด้วยการบริหารร่างกายของคุณแม่ ซึ่งต้องอยู่ในภายใต้ความเหมาะสม ไม่เพียงแต่ท่าบริหารร่างกายแม่ตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ชุดออกกำลังกายแม่ตั้งครรภ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งควรเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไปหรือควรเลือกเสื้อผ้าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ