ใบหน้าสวยใสคงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงปรารถนากันมากที่สุด ฉะนั้นการดูแลรักษาความสะอาดใบหน้าก็มาควบคู่กัน เพราะหากคุณผู้หญิงชื่นชอบการแต่งหน้าแล้วแต่ไม่รักษาผิวหน้าให้สะอาด ก็อาจส่งผลให้ผิวของสาวๆ เกิดสิว หรือผิวหมองคล้ำได้ ซึ่งในสมัยนี้เพียงแค่โฟมล้างหน้าหรือสบู่ล้างหน้าคงไม่เพียงพอแล้วละค่ะ เราจึงต้องพึ่ง คลีนซิ่ง หรือ คลีนเซอร์ ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบสิ่งสกปรกและเครื่องสำอาง เพื่อช่วยลบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าก่อนขั้นตอนทำความสะอาด แต่คลีนซิ่งก็มีมากมายหลายรูปแบบทำให้สาวๆ เกิดความสับสนและไม่รู้ว่าตัวเองต้องใช้แบบไหน เราจึงหาคำตอบมาให้ไปดูกันเลย

คลีนซิ่ง

ประเภทของคลีนซิ่ง

อย่างที่เอ่ยว่าคลีนซิ่งนั้นมีหลายแบบหลายประเภท เช่น คลีนซิ่งเจล คลีนซิ่งครีม คลีนซิ่งวอเตอร์ คลีนซิ่งออยล์ ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างมีเท็กเจอร์ และการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่แบบไหนกันที่จะล้างได้สะอาดที่สุด

คลีนซิ่งวอเตอร์ หรือ คลีนซิ่งแบบน้ำ

เรียกได้ว่าได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ มีลักษณะเป็นขวดมีน้ำใสๆ บรรจุอยู่ข้างใน ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือ Oil-free นอกจากหาซื้อง่ายแล้วยังใช้งานง่ายอีกด้วย เพียงแค่เทคลีนซิ่งวอเตอร์ลงบนสำลีแล้วเช็ดที่ผิวหน้าให้ทั่ว เท่านี้ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะไม่มีคราบสกปรกหลงเหลืออยู่ แต่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเพราะคลีนซิ่งแบบน้ำนั้นไม่สามารถเช็คเครื่องสำอางกันน้ำได้อย่างหมดจด อย่างเช่น มาสคาร่ากันน้ำ และ อายไลเนอร์กันน้ำ ฉะนั้นคลีนซิ่งวอเตอร์จึงเหมาะสมกับสาวๆ ที่แต่งหน้าไม่หนักจนเกินไป

คลีนซิ่งแบบน้ำ

คลีนซิ่งเจล

ชนิดเจลก็น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าคลีนซิ่งชนิดอื่นๆ เพราะคลีนซิ่งเจลนั้นมีลักษณะเป็นเนื้อเจลทำให้ใช้งานง่าย และส่วนใหญ่มักจะใส่ส่วนผสมของมอยส์เจอร์เข้าไป เพื่อเป็นการบำรุงผิวหน้าของสาวๆ และหลังการใช้ก็ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง ซึ่งเหมาะสมกับผิวแห้งเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านอกจากจะได้ความสะอาดแล้วยังได้การบำรุงผิวไปในตัวอีกด้วย

คลีนซิ่งครีม

อีกหนึ่งตัวเลือกที่สาวๆ ผิวแห้งไม่ควรมองข้าม ผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่คล้ายๆ กับครีมบำรุงผิวหน้าทั่วไป มีเนื้อครีมที่เข้มข้นสามารถเช็ดรองพื้นกันน้ำได้ดี เพียงแค่นำเนื้อครีมมานวดโดยวนให้ทั่วใบหน้า และใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดนำสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกให้หมดจด จากนั้นก็ใช้สบู่ล้างหน้าหรือโฟมล้างหน้าทำความสะอาดโดยปกติ ซึ่งคลีนซิ่งครีมนั้นมักจะส่วนผสมไว้บำรุงผิวหน้าเช่นกัน แต่ต้องขอกระซิบไว้ว่าสาวๆ ที่มีผิวมันไม่ควรใช้คลีนซิ่งประเภทนี้ เพราะจะทำให้ผิวมันมากกว่าเดิม

คลีนซิ่งครีม

คลีนซิ่งออยล์

หากคุณผู้หญิงคนไหนรักการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจแล้วละก็ คงหลงรักคลีนซิ่งออย์อย่างแน่นอน เพราะเครื่องสำอางตระกูลกันน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ทำความสะอาดยากพอสมควร ฉะนั้นเราจึงต้องใช้ออยล์เพื่อลบหรือเช็ดออกจากใบหน้า และยังสามารถใช้เช็คลิปสติกที่ริมฝีปากได้อีกด้วย แต่สาวๆ ที่เป็นสิวนั้นอาจต้องหลีกเลี่ยงคลีนซิ่งประเภทนี้ เพราะความมันจากออยล์อาจทำให้อุดตันและเกิดสิวได้

ประเภทของคลีนซิ่ง

คลีนซิ่งนม

เป็นที่นิยมไม่แพ้กันกับคลีนซิ่งที่มีลักษณะเป็นน้ำนมหรือมีส่วนผสมของนม ซึ่งเข้ากันได้ดีกับสาวผิวแห้งเพราะนมจะช่วยบำรุงผิวที่แห้งและผิวแพ้ง่ายไม่ทำให้ระคายเคือง ซึ่งการใช้งานก็เหมือนกับทั่วไปเพียงใช้สำลีเช็ดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าแล้วล้างหน้าตามปกติ เท่านี้ผิวของสาวๆ ก็จะสะอาดไม่มีเฃคราบเครื่องสำอางและคราบอื่นๆ ตกค้างให้กวนใจอย่างแน่นอน

คลีนซิ่งนม

คลีนซิ่งทิชชู่

สาวๆ ที่ไม่มีเวลาและเป็นนักเดินทางเชิญทางนี้ เพราะทิชชู่เช็ดเครื่องสำอางตอบโจทย์ของคุณอย่างแน่นอน ด้วยลักษณะที่เป็นแผ่นทิชชู่สามารถพกพาไปด้วยทุกที่ เพียงแค่ดึงออกมาแล้วเช็ดที่ผิวหน้าได้เลย เพราะทิชชู่นั้นได้มีส่วนผสมของคลีนซิ่งเรียบร้อยแล้ว ทำให้สาวๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาหลายขั้นตอนอีกต่อไป เท่านี้คุณก็ได้ทั้งความสะอาดและยังสามารถประหยัดเวลาได้อีกด้วย

คลีนซิ่งทิชชู่

การทำความผิวหน้าเป็นเรื่องที่คุณผู้หญิงทั้งหลายควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากคุณไม่ดูแลผิวหน้าแล้วปัญหาต่างๆ จะตามมากวนใจ ไม่ว่าจะเป็น ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวหน้าแก่ก่อนวัย ผิวเป็นสิว และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นแล้วการแก้ไขก็จะช้าเกินไป เพราะฉะนั้นสาวๆ ควรดูแลผิวหน้าด้วยการใช้คลีนซิ่งและไม่ควรปล่อยให้เครื่องสำอางตกค้างบนใบหน้าต่อไป หากรู้ถึงประเภทและการใช้งานของคลีนซิ่งชนิดต่างๆ แล้ว สาวๆ ก็อย่าลืมไปช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจมาใช้ให้ถูกวิธีกันด้วยนะคะ