รู้หรือไม่ว่าในสมัยที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้ของแบรนด์เนมและซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ช่วงปี 1980 มูจิ (MUJI) กลับสร้างแบรนด์ที่สวนกระแสด้วยการผลิตสินค้าที่เน้นคุณภาพ ราคาย่อมเยา มีแพกเกจจิ้งแสนเรียบง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าดีที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด

และอันที่จริงแล้ว แบรนด์มูจิที่ติดหูคนทั่วโลกนั้น มีชื่อเต็มๆ ว่า “Mujirushi Ryōhin” ซึ่งแปลว่า “สินค้าคุณภาพที่ไม่มีแบรนด์” อันเป็นความหมายที่ตรงไปตรงมาและยังคงซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคมาจนถึงทุกวันนี้

“Muji is enough”
คอนเซ็ปต์ของแบรนด์มูจิที่สื่อความหมายว่า “แค่มีมูจิก็พอ” เพราะมูจิคิดมาแล้วว่าสินค้าอะไรที่ดีและเหมาะสมกับชีวิตประจำวันของผู้คน

ในช่วงแรกของการก่อตั้งแบรนด์นั้น มูจิไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นสไตล์มินิมอล (Minimalism) ตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน แต่มูจิเพียงคิดว่าจะผลิตสินค้าคุณภาพดีอย่างไรให้ประหยัดและมีราคาสมเหตุสมผลที่สุด สินค้ามูจิจึงเน้นไปที่คุณภาพ ความเรียบง่าย และสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ โดยทั้งหมดนี้จัดว่าเป็นความปรารถนาหลักของมูจิที่ต้องการสร้างสินค้าที่ดีและมีคุณภาพ

โดยปัจจุบันแบรนด์มูจิ (Muji) ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จแต่ในเพียงประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังสามารถครองใจคนทั่วโลกได้อย่างงดงามอีกด้วย โดยมูจิได้ออกสินค้ามาแล้วมากกว่า 7,000 รายการ เปิดสาขาเกือบ 1,000 แห่งจาก 28 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีสินค้าครอบคลุมแทบจะทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน เครื่องเขียน เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ขนมและอาหาร นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรถยนต์ โรงแรม คาเฟ่ และธุรกิจทางสถาปัตยกรรมอีกด้วย เรียกได้ว่าครบครันทุกความต้องการของผู้บริโภคที่รักในคุณภาพและความเรียบง่ายจริงๆ

ไม่ใช่แค่พัฒนาสินค้าที่ดี แต่ยังสร้าง “ชีวิตที่ดี”

นอกจากการสร้างสินค้าที่เน้นคุณภาพและสไตล์ที่เรียบง่ายโดดเด่นจากแบรนด์อื่นๆ แล้ว มูจิยังมีอีกจุดประสงค์หนึ่งนั่นคือการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้บริโภคและสังคมอีกด้วย โดยจะสังเกตได้ว่าทุกผลิตภัณฑ์ของมูจิล้วนผ่านกระบวนการคิดและดีไซน์มาแล้วว่าจะช่วยตอบโจทย์ปัญหาชีวิตของผู้บริโภค มีความเรียบง่าย พอประมาณ และจะไม่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่ม ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ คือสินค้าของมูจิจะเน้นที่สีธรรมชาติ เพราะการแต่งสีจะเพิ่มขั้นตอนการผลิต สิ้นเปลืองต้นทุน และทำลายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้แล้ว มูจิยังมีแนวคิดที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าของมูจิ จะผลิตจากเส้นใยและวัตถุดิบคุณภาพที่สามารถสืบค้นแหล่งที่มาได้ชัดเจน ซึ่งอาจจะมาจากชุมชนเล็กๆ ที่ผลิตฝ้ายออร์แกนิค ทำให้ผู้บริโภคได้เสื้อผ้าสวมใส่สบาย และเกษตรกรยังมีสุขภาพดีเพราะไม่ต้องใช้สารเคมีนั้นเอง หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่มูจิให้การสนับสนุนเกษตกรชาวไทย คือการเลือกใช้กาแฟดอยตุงในการเสิร์ฟที่ที่ร้าน Cafe and Meal Muji ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ด้วยเพราะเป็นกาแฟที่มีดีทั้งรสชาติและคุณภาพ พร้อมทั้งยังได้ช่วงสร้างชีวิตที่ดีให้กับเกษตกรและชุมชนอีกด้วย

อาจจะเรียกได้ว่าเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์มูจิ (Muji) ครองใจคนทั่วโลกได้ก็คือ คุณภาพของสินค้า ความเรียบง่ายซึ่งแฝงไปด้วยกระบวนการคิดที่ละเอียดอ่อน และยังเป็นแบรนด์ที่ช่วยให้สังคมและชุมชนเติบโตได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน ส่วนใครที่เป็นสาวกมูจิ ชอบความมินิมอล และสินค้าที่มีความเรียบง่ายแต่มีคุณค่าทุกอณู ก็พลาดไม่ได้ที่จะมาช้อปสินค้ามูจิ (Muji) ได้แล้ววันนี้ที่ Central Online นะคะ

 

ที่มา: marumura.com/thestandard.co/marketingoops.com
ภาพ: facebook.com/muji