บ้านทรงไทยสื่อความหมายของการอยู่อาศัยที่สวยงามในอดีต เพราะรูปแบบบ้าน วัสดุ และลวดลายของตัวบ้าน ล้วนแล้วแต่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมความชาญฉลาดในการสร้างที่จัดวางส่วนต่างๆ ของตัวบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ให้ความสวยงามตั้งแต่หลังคาบ้านที่เป็นหน้าจั่วลายไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงส่วนเล็กๆ ภายในบ้านก็ถูกจัดทำออกมาอย่างประณีตและสวยงาม ซึ่งบ้านทรงไทยโบราณจะเน้นการใช้งานไม้ที่สวยงามทั้งหลัง โดยจะเน้นใช้ไม้ที่มีความทนทาน ไม่เกิดปลวกและให้ความสวยงามจากลายและสีของไม้ เรือนไทยในอดีตจึงมักถูกสร้างมาจากไม้สักทองเสียส่วนใหญ่ เพราะเป็นไม้ที่ให้ลายสวย แข็งแรงทนทาน และไม่มีปลวกมากวนใจทำให้บ้านทรุดโทรมอีกด้วย

รวมแบบบ้านทรงไทยโบราณ พร้อมประโยชน์การใช้งานที่น่าสนใจ

ปัจจุบันการทำบ้านทรงไทยโบราณมีน้อยลง เพราะคนในยุคใหม่จะนิยมบ้านซีเมนต์ในสไตล์ยุโรปที่ทำง่ายและวัสดุที่มีราคาไม่สูงมากจนเกินไป แต่บ้านเรือนไทยจะค่อนข้างมีราคาสร้างที่สูงกว่าบ้านในสไตล์ยุโรป เพราะต้องใช้ไม้ที่ปลวกไม่มารบกวนทั้งหลัง ซึ่งไม้ที่นิยมเอามาสร้างบ้านแบบโบราณมักจะเป็นไม้ที่มีราคาสูงและต้องมีการทำลวดลายไทยดั้งเดิม จึงต้องใช้ฝีมือในการทำบ้านที่ค่อนข้างสูง ต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ จึงทำให้ราคาบ้านก็พลอยสูงตามไปด้วย สำหรับผู้ที่กำลังสนใจจะสร้างบ้านทรงไทยโบราณ ลองมาดูแบบบ้านทรงไทยที่นิยมสร้างกันในปัจจุบัน ดังนี้

  • เรือนไทยเดี่ยว นิยมปลูกสร้างในครอบครัวเดี่ยวที่ไม่ได้มีญาติพี่น้องมาอยู่ร่วมด้วย หรือครอบครัวที่ลูกยังไม่แต่งงาน
  • เรือนขยาย ที่เริ่มมีการปลูกสร้างเรือนไทยหลังเล็กๆ เพิ่มเติมในบริเวณบ้านเดียวกัน เหมาะสมกับครอบครัวที่มากกว่า 1 ครอบครัว และบ้านที่ลูกแต่งงานแล้วมาอยู่รวมกับพ่อและแม่ที่บ้าน
  • เรือนใหญ่ หรือเรือนคหบดีที่จะมีลักษณะบ้านทรงไทยโบราณขนาดใหญ่ มีพื้นที่บริเวณบ้านที่สามารถจัดสวนกว้างได้อย่างสวยงาม
  • เรือนริมน้ำ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านค้าขายริมน้ำแบบโบราณ
  • เรือนแพ คือรูปแบบบ้านไม้โบราณที่ลอยอยู่บนแพในน้ำ สร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านในการพักผ่อนหรือเอาไว้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักตามสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำต่างๆ
  • เรือนค้าขายริมทาง จะมีลักษณะคล้ายกับเรือนร้านค้าริมน้ำ แต่จะมีรายละเอียดในการสร้างที่น้อยกว่า

เรือนไทยเพื่ออยู่อาศัยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ คือ

  • เรือนเดี่ยว จะมีเพียงเรือนนอนและเรือนครัว โดยที่เรือนนอนจะถูกแยกออกมาเป็นห้องนอนและโถง ที่สามารถแบ่งออกมาเป็น 3 ช่วงเสา
  • เรือนขยาย สามารถปรับมาจากเรือนเดี่ยวได้ แต่ต้องทำการขยายหรือรื้อฝาเพื่อทำใหม่ที่ค่อนข้างยุ่งยาก โดยจะทำเรือนให้เรียงกันเป็นทางยาว ต่อออกมาจากเรือนของผู้ใหญ่ในบ้านหรือไม่ก็อาจจะสร้างเรือนให้อยู่ตรงข้ามได้เช่นกัน แล้วมีการเชื่อมตัวเรือนให้มีชานกลางบ้านที่เปิดโล่ง เพื่อให้สามารถเดินหากันได้อย่างสะดวกสบาย
  • เรือนใหญ่ที่จะถูกสร้างออกมาค่อนข้างอลังการ โดยจะเรียงจากเรือนนอน เรือนลูก เรือนหอนั่งที่จะเชื่อมอยู่ตรงกลางบ้าน เรือนครัว และพื้นที่เลี้ยงสัตว์หรือจัดสวนไม้สีเขียวสวยดึงดูดสายตา ซึ่งจะมีลักษณะที่โอ่โถงและดูหรูหรา จึงมักถูกเรียกว่าเรือนคหบดี

บ้านทรงไทยโบราณมีดีอย่างไร?

การสร้างบ้านทรงไทยโบราณยังมีการแยกรูปแบบออกไปเป็นอีก 4 ภาค คือ ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งจะสร้างด้วยไม้เหมือนกันแต่จะแตกต่างเพียงลวดลายและรูปทรง อย่างเช่น ภาคกลางจะมีหน้าจั่วบ้านทรงสวยลายไทย แต่ถ้าเป็นบ้านทรงไทยภาคเหนือจั่วนั้นก็จะถูกเรียกว่า “กาแล” ที่จะมีลวดลายอ่อนช้อยกว่า พร้อมด้วยลักษณะบ้านในแบบภาคเหนือที่จะดูละมุนกว่าภาคกลาง ที่จะเน้นเรื่องความสวยแบบแข็งแกร่ง เป็นต้น ส่วนข้อดีของการอนุรักษ์แบบบ้านทรงไทยโบราณเอาไว้ คือการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ดี บ้านไม้มีความเย็นด้วยตัวไม้และด้วยภูมิปัญญาของคนในรุ่นก่อนที่มีการจัดวางผังบ้านได้อย่างถูกทิศ เน้นหลังคาที่สูงจึงให้บรรยากาศที่โปร่ง โล่งสบาย มีหน้าต่างเป็นระยะ เพื่อที่จะสามารถเปิดรับลมและถ่ายเทเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าออกได้อย่างง่ายดาย พร้อมการรับแสงจากธรรมชาติที่ส่องเข้าถึงตัวบ้านได้อย่างทั่วถึง ซึ่งการออกแบบนี้ยังรวมไปถึงสวนสวยหน้าเรือนไทยที่ช่วยเพิ่มความสบายตาและการสร้างความสดชื่นภายในตัวเรือนไทยได้ดี ที่สำคัญคือมีพื้นที่ใช้สอยใต้ถุนบ้าน ที่ให้ร่มเงาที่เย็นสบายและพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การสร้างบ้านทรงไทยโบราณยังเป็นการสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง พร้อมการอนุรักษ์ไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์และได้ขึ้นชื่อว่ามีความงดงามในระดับโลกอีกด้วย

การทำบ้านทรงไทยแบบดั้งเดิมไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะในปัจจุบันมีการทำบ้านในแบบสำเร็จรูป ที่เรียกกันว่าเรือนเครื่องสับ คือการแยกชิ้นส่วนเพื่อนำเอาไปประกอบบนที่ดินเจ้าของบ้าน และเรือนเครื่องผูกที่เป็นการนำเอาชิ้นส่วนที่ถูกแยกมาประกอบเข้ากันจนกลายเป็นเรือนไทยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถเลือกแบบบ้านกับผู้ขายหรือช่างได้ตามที่ต้องการ และสามารถเลือกแบบสำเร็จรูปที่ถูกสร้างเพื่อวางขายมาแล้ว จากนั้นทางผู้ขายก็จะทำการแยกส่วนไปประกอบบนพื้นที่ที่ต้องการได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมาทำใหม่ให้เสียเวลา แต่ถ้าต้องการแบบบ้านทรงไทยโบราณที่มีความละเอียดอ่อนสูงก็อาจจะต้องสั่งทำใหม่ทั้งหมด ซึ่งการสั่งทำใหม่เจ้าของบ้านอาจจะต้องรอการทำเกือบปี เพราะต้องมีการจัดหาทั้งแบบบ้าน ตัวไม้ที่เหมาะสม และการทำลวดลายที่ต้องใช้เวลามากพอสมควร

การสร้างบ้านทรงไทยจึงนิยมที่จะเลือกซื้อแบบสำเร็จรูปแล้วยกทั้งหลังไปประกอบบนที่ดินมากกว่า เพราะจะได้ความรวดเร็วในการปลูกสร้างที่เพียงแค่ประกอบให้เข้าที่และจัดให้ถูกทิศทาง เพียงเท่านี้ก็จะได้บ้านในแบบดั้งเดิมที่อนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทยได้อย่างดีเยี่ยม