ไม่ว่าจะเป็นเครื่องผสมอาหาร หรือเครื่องตี เครื่องนวดนั้น กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับคนรักการทำเบเกอรี่หรือสายหวานที่ต้องมีติดไว้ในครัวไปซะแล้ว เพราะเครื่องมือประเภทนี้เป็นสิ่งที่ทุ่นแรงไปได้เยอะทีเดียว ซึ่งถ้าใครเคยทำทำเบเกอรี่ด้วย “มือ” มาแล้วคงจะรู้ว่า การตีแป้ง นวดแป้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างเวลาแป้งแห้งๆ ผสมกับความหนืดของส่วนผสมอย่างไข่ เนย น้ำตาล เข้าล่ะก็ การผสมส่วนผสมเหล่านี้ลงไปก็อาจจะทำให้กล้ามขึ้นกันได้เลยล่ะ อีกทั้งกว่าส่วนผสมจะเข้ากันได้ก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อยๆ เรียกว่านักทำขนมมือใหม่อาจจะเหนื่อยจนท้อกันไปเลย

ส่วนเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่ต้องผสมแป้งเป็นจำนวนมากๆ นี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีไม่ได้แน่ๆ ดังนั้นใครที่กำลังมองหาเครื่องผสมอาหารมาไว้แก้เมื่อย จะได้ทำขนมแบบชิคๆ ชิลๆ ก็ลองดูเช็คลิสต์ 8 ข้อนี้ ที่มีไว้อุ่นใจก่อนเลือกซื้อเครื่องผสมอาหารที่เหมาะกับตัวเองกันค่ะ!

1. ควรมีฟังก์ชั่นที่ทำได้หลากหลาย

จำไว้ว่าเครื่องผสมอาหารที่ดี ไม่ใช่แค่จะใช้ได้แค่ผสมส่วนผสมของเค้ก หรือแป้งขนมปังเท่านั้น แต่มันต้องใช้ผสมอาหารได้หลากหลายเมนู เอาเมนูที่เราชอบเป็นตัวตั้งก็ได้ เพราะถ้าซื้อไม่ถูกต้องสำหรับการใช้งานแล้วล่ะก็ อาจจะต้องเสียเงินซื้อรุ่นที่ใหญ่ขึ้นอีกก็เป็นได้นะ

2. พละกำลังที่พอเหมาะพอเจาะ

อัตราการใช้ไฟฟ้าหรือกำลังวัตต์ของเครื่องผสมอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน ถ้าเราต้องการทำขนมปังหรือแป้งพิซซ่า ก็ลืมตัวราคาถูกๆ กำลังวัตต์น้อยๆ ไปได้เลยนะ เพราะอาจปั่นไม่รอดแน่ๆ เพราะเมนูเหล่านี้เป็นงานหนัก เครื่องผสมอาหารที่เลือกจึงจำเป็นต้องมีกำลังเพียงพอที่จะทำให้ส่วนผสมต่างๆ นั้นรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ถึงจะทำขนมอร่อยๆ เนื้อเนียนๆ ออกมาได้ เพราะแน่นอนว่าถ้ากำลังไม่ถึงก็อาจจะทำให้ส่วนผสมนั้นไม่เข้ากัน แล้วก็อาจต้องทิ้งส่วนผสมทั้งหมดไป แต่ถ้าเราเลือกใช้กำลังวัตต์ที่มากเกินจำเป็น ก็ทำให้เราเปลืองไฟโดยใช่เหตุอีกนะ ดังนั้นจึงควรกะเกณฑ์ให้ดีว่าเราจะเลือกมาใช้ทำอาหารหรือขนมประเภทได้บ้าง

3. วัสดุและขนาดของโถปั่น

อย่าเสียเงินเสียเวลาไปกับการซื้อเครื่องผสมอาหารที่มีขนาดโถเล็กๆ หรือแบบมือถือเลยน่าจะดีกว่า เพื่อความสะดวกและความแม่นยำในการทำอาหารทุกประเภท ควรเลือกเครื่องผสมอาหารแบบยกหัว เพราะเครื่องผสมอาหารที่น่าเลือกซื้อต้องมีขนาดที่พอเหมาะ น้ำหนักตัวเครื่องต้องพอดี และต้องเป็นโถปั่นแบบสแตนเลส ถึงจะรองรับการปั่นของแบบโรเตอร์ได้โดนไม่ทำให้ส่วนผสมกระเด็นหกเลอะเถอะ อีกทั้งโถต้องใหญ่พอที่จะทำเค้กและขนมปังได้ในครั้งเดียวด้วยนะ ถึงจะประหยัดเวลาและสะดวกสุดๆ

4. หัวตีแบบถอดสับเปลี่ยนได้

แน่นอนล่ะสำหรับสายหวาน ต้องทำเมนูขนมหวานได้หลากหลาย ซึ่งหัวตีของเครื่องผสมอาหารต้องถอดเปลี่ยนได้ด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับเมนูต่างๆ เพราะถ้าจะตีทีล้างทีก็คงไม่ไหว อย่างการนวดหรือตีแป้งขนมปังที่มีความเหนียวข้นของแป้งเป็นพิเศษ จึงควรเลือกใช้หัวตีเรียวเล็กแบบตะขอ หรือหากต้องการตีไข่ทำวิปครีมก็ต้องใช้แบบตะกร้อแทน รวมทั้งเรื่องวัสดุและน้ำหนักของหัวตีก็ต้องพอเหมาะและทนทานด้วยนะ

5. ต้องใช้ง่าย

เครื่องผสมอาหารบางตัวอาจจะออกแบบซับซ้อนเกินไป ทำให้ใช้ยากวุ่นวายแถมถอดล้างก็ยาก รุ่นที่ดีต้องใจง่าย เอ้ยใช้ง่ายแบบตรงไปตรงมา อะไหล่ทุกชิ้นต้องแน่นหนา โถปั่นต้องยึดติดอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าเราไม่ต้องมานั่งเก็บกวาดกันอีกครั้งให้เหนื่อยเปล่าๆ

6. เพิ่มและลดความเร็วได้หลากหลายระดับ

จะเป็นอย่างไรถ้าเครื่องผสมอาหารของเรา ไม่สามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วในการผสมได้ เพราะส่วนผสมของอาหารแต่ละเมนู มีเท็กเจอร์ของเนื้อสัมผัสที่ต่างกัน นั่นงะถึงต้องมีความเร็วในการปั่นที่สามารถปรับได้เหมาะสมอย่างน้อยๆ 5 ระดับ เพื่อความอินดี้ของเราที่อยากทำเมนูนู้น เมนูนี้ ตั้งแต่เมนูขนมเค้กทั่วๆ ไป จนถึงเมนูที่ต้องการเนื้อครีมฟูจนตั้งยอดได้อย่าง พวกวิปครีมเมอแรงค์กันเลย

7. ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง

สำหรับสายหวานที่เคยทำทำสปันจ์เค้กและวิปครีมนั้น ต้องรู้แน่ๆ ว่าจำเป็นต้องตีส่วนผสมให้เข้ากันจนขึ้นฟูตั้งยอดแบบสุดๆ ตัวเนื้อเค้กและเนื้อครีมจึงจะเนียนนุ่ม กว่าจะได้ขนาดนั้นก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 15 นาทีขึ้นไป เพราะงั้นต้องดูด้วยว่าเครื่องผสมอาหารที่จะเลือกใช้ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์เป็นเมนูที่เราอยากทำได้จริงๆ

8. ดูแลรักษาง่าย

สำหรับข้อนี้ถือเป็นสุดยอดเหตุผลของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว! เพราะสาวๆ หนุ่มๆ ที่รักการทำขนม มักจะชอบทำแต่ไม่ชอบล้าง ดังนั้นเครื่องผสมอาหารที่ดี ต้องไม่เพียงใช้ได้ในเมนูที่ต้องการเท่านั้น แต่ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือการดูแลรักษา อะไหล่แต่ละชิ้นต้องถอดล้าง ถอดเช็ดได้ง่าย อย่างหัวตีโถปั่นก็สำคัญ เพราะเวลาแป้งและส่วนผสมติดหนึบล่ะก็ล้างออกได้ยากสุดๆ

ดังนั้นโดยหลักๆ แล้ว วิธีการเลือกเครื่องผสมอาหารให้คุ้มค่าเงินจึงอยู่ในเช็คลิสต์ 8 ข้อที่เราได้รวบรวมไว้ให้แล้ว เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เลือก ‘เครื่องผสมอาหาร’ ได้ตรงใจตรงงานมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อนั่นเอง