iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง iOS 10 ฉบับสมบูรณ์ ที่ในเวอร์ชั่นนี้ นอกจากจะปรับรูปแบบการใช้งานในส่วนต่างๆ อย่าง iMessage, Photo และ Music จนไปถึง Siri ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รองรับการใช้งานอันหลากหลายมากขึ้น ซึ่งถ้าใครกำลังลังเลหรือเตรียมตัวที่จะ Update iOS บนไอโฟนเครื่องเก่า ลองมาติดตามฟีเจอร์เด่นๆ ที่อยู่ใน iOS 10 ตัวนี้กัน

เตรียมตัวก่อนการอัปเดต iOS 10

การอัปเดต iOS ทำได้ 2 วิธี คือ อัปเดตผ่านซอฟต์แวร์ iTunes โดยเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และ การอัปเดตแบบ OTA (On The Air) คือการอัปเดตในเครื่อง โดยต้องมีพื้นที่ในเครื่องเหลือเพียงพอ และเพื่อไม่ให้เสียแพ็กเกจ Data ไปอย่างสิ้นเปลือง ควรทำการเปลี่ยนจาก 4G/3G เป็น Wi-Fi เพราะต้องทำการดาวน์โหลดตัวติดตั้ง iOS ขนาดมากกว่า 1 GB รวมถึงสำรองข้อมูลเอาไว้ ทั้งในคอมพิวเตอร์ และ บน iCloud เพื่อให้ง่ายต่อการ Restore กลับเป็นเวอร์ชั่นเดิม หากเกิดปัญหาการอัปเดตหรือใช้งานบน iOS 10

หน้า Lock Screen โฉมใหม่

Apple ยกเครื่องดีไซน์หน้า Lock Screen ใหม่ เริ่มจากการเอา ประโยคคลาสสิกในฟีเจอร์ที่เห็นกันมานมนานอย่าง “Slide to Unlock” ออกไป เปลี่ยนเป็น “Press Home to Open” (กดปุ่มโฮมอีกครั้งเพื่อปลดล็อก) สามารถปัดไปทางขวาเพื่อใช้งาน กล้องถ่ายภาพ และปัดไปทางซ้ายเพื่อเปิดหน้า Widget (เราสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้) พร้อมเปลี่ยนการแสดง Notification ต่างๆ เป็นรูปแบบกล่องข้อความ อ่านง่ายมากขึ้น ส่วนของ Notification Center และ Control Center ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดูดีขึ้นด้วยเช่นกัน รวมถึงฟีเจอร์หน้าจอสว่างอัตโนมัติ เมื่อยกไอโฟนขึ้นดู (รองรับ iPhone 6 ขึ้นไป)

แอป Messages รูปแบบใหม่

ใน iOS 10 Apple ได้ทำการเสริมลูกเล่นเข้ามาในแอป Messages เพื่อให้ดูเป็นมากกว่าแค่ศูนย์กลางสำหรับรองรับ ข้อความ SMS โดยเริ่มผลักดันมาตั้งแต่การปรับปรุง iMessage ได้ดีขึ้น จนในเวอร์ชั่นนี้ ถูกยัดฟีเจอร์เข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการส่งสติกเกอร์ การแสดงภาพแอนิเมชั่นเมื่อพิมพ์ข้อความอย่าง “สุขสันต์วันเกิด” หรือ “ยินดีด้วยนะ” อีกทั้งยังสามารถส่งข้อความลายมือ เปลี่ยการแสดงข้อความเป็น Emoji รวมถึงปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอให้ดูหวือหวามากขึ้น ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับ iMessage ได้อย่างลงตัว

Apple Music ยกเครื่องใหม่

แอป Music รวมถึง Apple Music ใน iOS 10 ก็ถูกยกเครื่องปรับปรุงใหม่ในหลายส่วนไม่แพ้กัน โดยรวมเน้นให้สามารถใช้งานได้ง่ายมากขึ้น แบ่งหมวดหมู่ต่างๆ เพิ่มขนาดตัวอักษรในตัวแอปให้ดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มฟีเจอร์การโชว์เนื้อเพลง ลงในไปในระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ด้วย

จัดการรูปภาพได้ดียิ่งกว่าเดิม

ส่วนของ Photos มีการปรับปรุงรูปแบบการวิเคราะห์รูปภาพ สามารถจดจำใบหน้าและสถานที่ต่างๆ ในภาพถ่ายของเราได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาบน Spotlight หรือ Siri สามารถแสดงภาพทั้งหมด ที่ค้นหาโดยใช้ ชื่อของเพื่อน หรือ สถานที่ๆ ไปด้วยกัน ได้ทันที พร้อมฟีเจอร์ Memories รวบรวมรูปภาพทุกโมเมนต์ความประทับใจ ที่ใช้ประสบการณ์ในการเดินทางร่วมกัน  ทำออกมาเป็นสไลด์โชว์สำหรับพร้อมแชร์

ปรับปรุงส่วนสำคัญให้ตอบรับทุกความต้องการ

• แอปพลิเคชันของ Apple ที่มาพร้อมกับ iOS เช่น Compass, Weather, Stocks สามารถลบออกจากเครื่องได้แล้ว
• Phone รองรับการรับสายจาก Call ผ่าน VoIP โดยสามารถกดรับสายได้จากทุกแอปที่รองรับ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Messenger หรือ LINE
• Notes สามารถ Add People เพื่อใช้งานพร้อมกันได้แล้ว
• Siri เปิดให้นักพัฒนานำไปใช้ร่วมกับแอปพลิเคชั่นของตัวเองได้ ทำให้สามารถสั่งงาน Siri หลากหลายมากขึ้น
• แอป Home (Home Kit) ตอบโจทย์การควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน หรือ IoT (Internet of Things) ได้อย่างครบเครื่อง
• Apple Map ค้นหาเส้นทางได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับ CarPlay ได้อย่างดีเยี่ยม