หลังจาก Apple จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไปเมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน การมาถึงของโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่หลายคนตั้งตารอคอยอย่าง iPhone 7 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีข่าวคราวเกี่ยวกับ โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ของ Apple ออกมาอยู่เป็นระยะๆ แต่ลองมาติดตามกันว่าใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มีฟีเจอร์อะไรที่เพิ่มเติมเข้ามาจาก iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รุ่นเดิมบ้าง

 

ชิป Apple A10 ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว

iPhone 7 มาพร้อมชิปประมวลผล Apple A10 Fusion แบบ Quad Core 64-bit ประมวลผลได้เร็วกว่า iPhone 6 ถึง 3 เท่า ทำงานร่วมกับชิป M10 Motion CoProcessor ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้ดีมากกว่าเดิม 

อัพเกรดปุ่มโฮมและหน้าจอ

หน้าจอ Retina HD ใน iPhone 7 สามารถแสดงเฉดสีได้อย่างคมชัด และมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม รองรับ 3D Touch และ ปุ่มโฮม ที่นำเอา Taptic Engine มาใช้ ช่วยให้สามารถตอบสนองต่อแรงกด ได้อย่างแม่นยำ

เฉดสีใหม่ Black และ Jet Black

การกลับมาอีกครั้งของ สีดำ (Black) ใน iPhone 7 ซึ่งเคยทำออกมาใน iPhone 5 แต่ถูกเปลี่ยนไปเป็น สีเทา (Space Gray) ในรุ่นต่อมา ครั้งนี้ยังมาพร้อมสีใหม่ที่เป็นไฮไลต์ล่าสุดอย่าง สีดำเงา “Jet Black” เน้นความมันวาว หรูหรา ไอโฟนสีใหม่ ที่เพิ่มเข้ามาให้ดูน่าครอบครองมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนรวมถึงสีเดิมอย่าง Silver. Gold และ Rose Gold ก็ยังคงมาพร้อมกับ iPhone 7 ทั้งสองรุ่น

ยกระดับดีไซน์ กันน้ำ กันฝุ่น

ยกระดับดีไซน์ให้ iPhone 7 ตั้งแต่จุดยิบย่อยอย่าง เส้นเสาอากาศด้านหลัง ที่นำเอาไปเก็บไว้ในส่วนขอบด้านบน-ล่างแทน ทำให้ฝาหลังดูเนียนเป็นสีเดียวกัน พร้อมบอดี้ที่สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำได้ตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร

ลำโพงสเตอริโอ พร้อมช่องเสียบหูฟัง Lightning

ถือเป็นครั้งแรกที่ Apple นำเอาลำโพงสเตอริโอเข้ามาอยู่บน iPhone 7 เพื่อช่วยเพิ่มมิติของเสียง โดยยังคงอยู่ที่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องข้างพอร์ต Lightning และลำโพงที่ใช้เวลาคุยโทรศัพท์ แต่ที่ฮือฮาไปกว่านั้น คือการตัดพอร์ตหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม. ออกไป แล้วไปใช้พอร์ต Lightning ในการเชื่อมต่อหูฟัง EarPods แทน

กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ

อีกหนึ่งฟีเจอร์ทีเด็ดของ iPhone 7 อย่างกล้องถ่ายภาพ ที่มาพร้อมความคมชัด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ประกอบขึ้นจากเลนส์ 6 ชิ้น แฟลช LED 4 ดวง กล้องหน้าเพิ่มความคมชัดเป็น 7 ล้านพิกเซล

ส่วนใน iPhone 7 Plus ถูกพัฒนาออกมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการใช้ กล้องคู่ ประกอบด้วยกล้องเลนส์ Wide (f/1.8) และเลนส์ Tele (f/2.8) มาพร้อมซูม Digital 10 เท่า และซูม Optical 2 เท่า มีระบบกันสั่น พร้อมเทคโนโลยี Machine Learning ที่สามารถถ่ายภาพ Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ เทียบชั้นกล้อง DSRL เลยทีเดียว ส่วนเรื่องการถ่ายวิดีโอ รองรับความละเอียดสูงสุด 4k/30 fps แบบ Slo-mo ความละเอียด 1080p/120 fps

ขนาดความจุและฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ

iPhone 7 ทั้ง 2 รุ่น เปลี่ยนมาตรฐานความจุใหม่ ด้วยการเพิ่มขนาดขึ้นสองเท่า โดยเริ่มต้นที่รุ่น 32 GB, 128 GB และสูงสุด 256 GB ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการใหม่อย่าง iOS 10 อีกทั้งอุปกรณ์ชิ้นใหม่อย่าง AirPods หูฟังไร้สายที่ออกมารองรับการใช้งานกับ ไอโฟนรุ่นใหม่ ตัวนี้

สมการรอคอยสำหรับ สมาร์ทโฟน ไฮไลต์ปีนี้อย่าง iPhone 7 ที่ยกระดับนวัตกรรมดีไซน์ขึ้นไปอีกขั้น โดยในบ้านเราจะเปิดจำหน่ายในช่วงปลายปี หากใครยังสนใจรุ่นอื่นๆ อย่าง iPhone SE iPhone 6s หรือ iPhone 6s Plus ก็สามารถกดเข้าไปช้อปได้ที่ Central Online