เวลาสาวๆ แต่งหน้ามักเจอปัญหาเครื่องสำอางหลุดลอยละลายหายไปในระหว่างวันเสมอ แป้งไม่ติดผิวบ้าง อายแชโดว์ไหลบ้าง ลิปจางลงบ้าง บลัชออนหลุดปลิวไปหมด ทั้งที่ต่อให้คุณใช้เครื่องสำอางดีมียี่ห้อ ราคาแพงก็ตาม ด้วยสภาพแวดล้อมที่ร้อน เหงื่อไหลไคลย้อย ลมแรง อากาศข้างนอกมักสร้างปัญหาให้คุณหงุดหงิดใจ ต้องหาเวลาไปเติมแป้งบ้างล่ะ ปาดลิปบ้างล่ะ เติมคิ้วสักหน่อย ดัดขนตาเด้งๆสักที ฉีดสเปรย์น้ำแร่เสริมให้เมคอัพติดทนนาน ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปกับวิธีการแต่งหน้าให้ทั้งวันไม่เฟล ไม่เทา วอก ดรอป หมอง พร้อมสวยเช้งได้ทั้งวัน ไปดูกันค่ะ

ขั้นตอนแรก

ให้สาวๆ เตรียมผิวสวยก่อนลงเครื่องสำอาง โดยการล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณเอง เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ต่างๆ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว จากนั้นทาครีมกันแดดที่ช่วยป้องกันรังสี UVA UVB ป้องกันรังสีที่เข้ามาทำร้ายผิวสวยๆ เมื่อทาเครีมกันแดดจนทั่วใบหน้าและลำคอเสร็จ เรามาปกปิดรูขุมขนด้วย “ไพรเมอร์” มีคุณสมบัติทำให้ให้ผิวเรียบเนียนเสมอกัน  และเป็นตัวช่วยสำคัญให้เครื่องสำอางติดอยู่บนใบหน้าได้นานตลอดวัน

1

ขั้นตอนที่สอง

จากนั้นเริ่มลงเบสตามด้วยสเปรย์น้ำแร่ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของคุณ หากใช้สเปรย์น้ำแร่ก่อนลงรองพื้น จะช่วยให้รองพื้นสามารถแทรกซึมและช่วยคัฟเวอร์ผิวได้ดียิ่งขึ้น สำหรับรองพื้นให้เลือกใช้รองพื้นที่เหมาะสมกับสีผิวของคุณ แนะนำให้เลือกสีอันเดอร์โทนเหลืองจะช่วยขับผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ สำหรับคนที่มีผิวมันให้เลือกใช้รองพื้นแบบ Oil-Free และหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้นที่มีความมันมากเกินไปเพราะจะทำให้ใบหน้าของคุณมันเยิ้มในระหว่างวันได้ง่าย หลีกเลี่ยงการทารองพื้นที่หนาจนเกินไป เพราะจะทำให้ใบหน้าของคุณดูไม่มีมิติเอาสะเลย

2

ขั้นตอนที่สาม

ทาแป้งผสมรองพื้นทับลงไป โดยใช้แปรงหรือฟองน้ำแตะแป้ง แล้วกดซับฟองน้ำลงที่ใบหน้าเบาๆ ให้ทั่วทั้งใบหน้า จะช่วยทำให้แป้งติดทนนานกับผิวเรามากยิ่งขึ้น  ช่วยควบคุมความมัน และช่วยให้เครื่องสำอางติดอยู่บนใบหน้า หลีกเลี่ยงการทาแป้งในจุดที่มีริ้วรอย แต่เราสามารถใช้ตัวช่วยชิ้นเด็ดเพื่อซ่อมแซมจุดบกพร่องบนใบหน้าเหล่านั้นได้ค่ะ เพียงสาวๆใช้คอนซีลเลอร์ โดยเลือกสีที่เข้มกว่าสีผิวของเรา 1 เบอร์ จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน ช่วยปกปิดร่องรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ แต่หลีกเลี่ยงการลงคอนซีลเลอร์ก่อนรองพื้น เพราะจะทำให้ใบหน้าเทา หม่นหมองไปอีก ไม่น่าดูเอาซะเลยนะคะ!

3

ขั้นตอนที่สี่

มาถึงโซนแต่งแต้มสีบนแก้มกันบ้างแล้วล่ะค่ะ เลือกสีบรัชออนที่ชอบหรือตามลุคในแต่ละวัน เราขอแนะนำให้คุณใช้บรัชออนเนื้อครีม เพราะจะช่วยให้สีสวยติดทนนานมากกว่าบรัชออนเนื้อฝุ่น โดยเกลี่ยบลัชออนเนื้อครีมลงบนจุดสูงสุดของพวงแก้ม จากนั้นปัดทับด้วยแป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง และปัดบลัชออนแบบฝุ่นลงบนแก้มซ้ำอีกครั้งด้วย จะช่วยให้บลัชออนเซ็ตตัว ติดทนนาน จากนั้นทาแป้งทับลงไปอีกครั้ง จะช่วยเครื่องสำอางติดทนนานขึ้น

4

ขั้นตอนที่ห้า

จากนั้นมาถึงโซนดวงตากันบ้าง ให้สาวๆ ลงไพรเมอร์สำหรับดวงตาก่อนลงอายแชโดว์ เพราะจะช่วยให้สีของอายแชโดว์ติดอยู่บนเปลือกตาของคุณได้ทนนาน เมื่อลงไพรเมอร์เสร็จเขียนขอบตาด้วยอายแชโดว์เส้นเล็กๆ แล้วค่อยเกลี่ยไปรอบๆ ให้เท่าๆ กัน ตามด้วยกรีดอายไลเนอร์บนขอบตาก่อน 1 รอบ ตบด้วยแป้งเบาๆ แล้วค่อยกรีดอายไลเนอร์ซ้ำอีก 1 รอบ ใครอยากมีขนตาสวยเด้งให้ดัดขนตาด้วยที่ดัดขนตาและทามาสคาร่าบริเวณขนตา เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ขนตาของสาวๆเด้งสู้ได้ทั้งวัน แนะนำให้สาวๆ ใช้มาสคาร่า ชนิด Water Proof จะช่วยกันน้ำ หลุดออกได้ยาก รับรองขนตาสวยเด้งแน่นอน

5

ขั้นตอนที่หก

มาแต่งแต้มสีปากด้วยลิปทาสี โดยเลือกสีที่เข้ากับสไตล์การแต่งหน้าในวันนั้นของคุณ เคล็ดลับคือใช้แต้มคอนซีลเลอร์ลงบนริมฝีปากก่อนทาลิปสติกหรือลิปกลอส จะช่วยให้สีลิปติดเกาะบนริมฝีปากได้นานยิ่งขึ้น เคล็ดลับที่สำคัญคือ ทาลิปด้วยเนื้อแมตท์ เม้มปากที่กระดาษทิชชู่ และทาสีลิปเนื้อแมตท์ทับลงบนริมฝีปากซ้ำอีกครั้ง ทำซ้ำ 3-4 รอบ จะช่วยให้สีลิปติดริมฝีปากทนนาน

6

ขั้นตอนที่เจ็ด

ตบท้ายการแต่งหน้าด้วยแป้งหลังจากแต่งหน้าเสมอ โดยใช้พู่กันใหญ่แตะแป้งและปัดไปตามใบหน้า โดยเน้นบริเวณทีโซนหรือที่มีความมัน ตามด้วยฉีดสเปรย์น้ำแร่ให้ทั่วเพื่อคงความติดทนของเครื่องสำอางได้นานมากขึ้น เพิ่มความชุ่มชื่นได้ตลอดวัน ไม่มีหน้าเทา ไม่มีความหมองคล้ำพร้อมสวยอย่างมั่นใจได้ตลอดวัน

7

รู้วิธีการแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน หน้าไม่หมอง ไม่เฟล ไร้ความวอก ไร้หน้าเทาอย่างนี้แล้ว สาวๆ ก็สวยเป๊ะได้อย่างมั่นใจตลอดวัน ไม่ต้องแอบแว้บเข้าห้องน้ำไปเติมเครื่องสำอาง เติมหน้า เติมแป้ง เติมตา ทาปากกันบ่อยๆ ให้เสียเวลาอีกแล้วนะคะ

CR: beautyholicsanonymous.com / biocera.co.kr / thesun.co.uk / pinterest.com / womendailymagazine.com / hbc333.com