what-different-physical-chemical-hybrid-sunscreen-and-how-to-use-them-perfectly

ครีมกันแดด Physical, Chemical และ Hybrid ต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีใช้ที่ถูกต้อง

เรื่องราวของครีมกันแดดนั้นมีมามากมาย มาดามหามาเล่าได้ไม่รู้จบจริงๆ ในคราวนี้มาดามจะมาเล่าถึงครีมกันแดดทั้ง 3 ประเภท Physical, Chemical และ Hybrid ว่าแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไร และจะนำมาวิเคราะห์หาจุดแตกต่างให้คุณได้ทราบกัน จะได้เห็นภาพของทั้งสามแบบนี้ได้อย่างชัดเจนขึ้น นอกจากนี้มาดามยังมีวิธีการใช้ครีมกันแดดทั้ง 3 แบบนี้ให้ถูกต้องอีกด้วย ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นตามมาดามมาดูกันเลย!!

ทำความรู้จักครีมกันแดด Physical, Chemical และ Hybrid

ก่อนที่เราจะทราบได้ว่าทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร เราจะต้องไปดูกันก่อนว่าแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ดังนี้

1. ครีมกันแดดแบบ Chemical หรือครีมกันแดดดูดซับรังสี

Sunscreen 1

มาดามขอเปิดด้วยครีมกันแดด Chemical ก่อนเลยเพราะมีมายาวนานที่สุดในบรรดาทั้ง 3 แบบ ส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะขายครีมกันกันแดดประเภทมนี้ ทำให้หาได้ง่ายและมีราคาที่ย่อมเยา หลายๆ แบรนด์จึงเลือกขายครีมกันแดดแบบนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ จุดเด่นของครีมกันแดดแบบนี้นั่นก็คือการ“ดูดซับรังสี” นั่นเอง ทำให้รังสียูวีบางส่วนจากแสงแดดไม่กระทบผิวหนัง และเปลี่ยนรังสี UV เป็นความร้อนแทนหลังการดูดซับไว้ โดยความร้อนที่ปล่อยออกมานี้ไม่เป็นอันตรายกับเราแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามครีมกันแดดประเภทนี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้สำหรับบางคน อีกทั้งยังต้องหมั่นทาทุก 1-2 ชั่วโมงอีกด้วย หากต้องออกแดดกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ เพราะสารที่ผสมเอาไว้ดูดซับรังสีนั้นมีปริมาณที่จำกัด และหากหมดคุณสมบัติแล้ว จะทำให้รังสีที่ดูดซับมากระทบกับผิวหนังทั้งหมด

สารที่ใช้ผสมสำหรับครีมกันแดด Chemical

สำหรับสารที่ใช้ผสมนั้นมีมามากเลย อาทิ

  • oxybenzone
  • PABA
  • salicylates
  • cinnamates
  • Avobenzone
  • Octisalate
  • Octocrylene
  • Homosalate
  • Octinoxate

ข้อดีของครีมกันแดดแบบ Chemical

  • ราคาถูก
  • ไม่มีสีหรือมีสีอ่อนๆ
  • เนื้อครีมบางเบา ไม่หนักผิว

2. ครีมกันแดดแบบ Physical หรือ ครีมกันแดดสะท้อนรังสี

Sunscreen-2

มาต่อกันด้วยครีมกันแดดแบบ Physical หรือครีมกันแดดสะท้อนรังสีนั่นเอง มีส่วนผสมหลักๆ สองอย่าง คือ zinc oxide หรือ titanium dioxide ซึ่งส่วนมากจะเป็นสีขาวนั่นเอง ทำให้มีน้ำหนัก และเหนอะหนะมากกว่าแบบ Chemical มีคุณสมบัติในการทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสี UV ได้เกือบทั้งหมด สะท้อนและกระจายรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง หลังจากทาจะรู้สึกได้ว่าเนื้อครีมถูกดูดซึมเข้าผิวหนังเพียงเล็กน้อย และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย ปัจจุบันครีมกันแดดกกลุ่มนี้กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก จน FDA ของสหรัฐอเมริกายังแนะนำให้หันมาใช้ครีมกันแดดกลุ่มนี้ เพราะโดดเด่นเรื่องความปลอดภัย และกันแดดได้จริงนั่นเอง

สารที่ใช้ผสมสำหรับครีมกันแดด Physical

มีอยู่เพียง 2 ส่วนผสมหลักๆ คือ

  • zinc oxide
  • titanium dioxide

ข้อดีของครีมกันแดดแบบ Physical

  • เจือจางหรือสลายตัวได้ยากเมื่อสัมผัสกับแสงแดด จึงไม่ต้องทาซ้ำบ่อยๆ
  • เกิดการระคายเคืองได้ยาก ไม่เกิดอาการแพ้หรือเกิดการแพ้ได้ยากมากๆ

3. ครีมกันแดดแบบ Hybrid (chemical + physical) หรือครีมกันแดดแบบผสม

Sunscreen 3

เดินทางมาถึงครีมกันแดดประเภทสุดท้ายกันแล้วกับครีมกันแดดแบบ Hybrid หรือครีมกันแดดแบบผสมนั่นเอง โดยเป็นครีมกันแดดแบบใหม่ที่เกิดขึ้นมาได้ไม่กี่ปี่เท่านั้น และได้รับความสนใจไม่น้อยเลย สำหรับคุณสมบัติของครีมกันแดดประเภทนี้ แน่นอนว่าเป็นการวมเอาคุณสมบัติในการดูดซับและสะท้อนรังสีมาผนวกเข้าไว้ด้วยกันนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยลดผลค้างเคียงที่อาจทำให้เกิดการแพ้ง่ายอีกด้วย สำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นสีขาวน่าใช้มากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการรวมข้อดีและลดข้อด้อยของครีมกันแดดทั้งสองประเภทที่มาดามกล่าวไปแล้ว ดังนั้น ในปัจจุบัน ครีมกันแดดที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจึงเป็นประเภทนี้นั่นเอง

สารที่ใช้ผสมสำหรับครีมกันแดด Hybrid

สำหรับสารที่ใช้ผสมนั้นส่วนใหญ่ที่ใช้กันจะเป็น Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine หรือ Methylene Bis-Benzotriazolyl Tetramethylbutylpheno และอื่นๆ

ข้อดีของครีมกันแดดแบบ Hybrid

  • สามารถดูดซับและสะท้อนรังสีได้ในครีมกันแดดตัวเดียว
  • เนื้อมีสีขาว น่าใช้
  • ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ยาก
  • คุ้มค่า เพราะได้ทั้ง 2 คุณสมบัติในตัวเดียว

สรุปข้อแตกต่างระหว่างครีมกันแดด Chemical, Physical และ Hybrid

จากข้อมูลข้างต้นมาดามจะขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้

1. ด้านเนื้อสัมผัส

sunscreen texture 1
ขอบคุณภาพจาก: Sista Café และ Wishtrend

เนื้อสัมผัสของทั้ง 3 แบบนั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ดังนี้

  • แบบ Chemical – จะมีเนื้อใสที่สุด (วงกลมที่ 1)
  • แบบ Physical – จะมีเนื้อสีขาว (วงกลมที่ 2)
  • แบบ Hybrid – จะมีเนื้อสีขาวแบบ Physical แต่จะมีความนวลและน่าใช้มากกว่านั่นเอง (วงกลมที่ 3)

2. ด้านคุณสมบัติในการป้องกัน

อีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างกันนั่นก็คือ คุณสมบัติในการป้องกันนั่นเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • แบบ Chemical – จะใช้การดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนที่ไม่อันตรายกับเรา
  • แบบ Physical – จะเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้ผิว และสะท้องรังสี UVA และ UVB ออกไป
  • แบบ Hybrid – เป็นการรวมเอาทั้งสองคุณสมบัติข้างต้นเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งดูดซับและสะท้อนในเวลาเดียวกัน

3. ผลข้างเคียงจากการทาครีมกันแดด

สำหรับผลข้างเคียงทานั้นมีความเหมือนและแตกต่างกันบางส่วน โดยส่วนผสมแบบ Physical และ Hybrid นั้นมีความปลอดภัยและก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ยากกว่าแบบ Chemical

4. ความคงทนยาวนาน

และสุดท้ายนั่นก็คือความคงทนนั่นเอง สำหรับความคงทนยาวนานที่มาดามพูดถึงนี้เป็นความคงทนเมื่อต้องเจอกับแสงแดดกลางแจ้ง โดยแบบ Chemical นั้นเมื่อออกไปกลางแจ้งจะอยู่ได้ไม่นาน ต้องคอยเติมทุกๆ 1-2 ชั่วโมง แต่แบบ Physical และแบบ Hybrid จะสลายตัวได้ยากทำให้มีความคงทนและเหมาะกับการออกแดดมากกว่านั่นเอง

วิธีใช้ครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพ

โดยหลักๆ แล้ววิธีใช้ครีมกันแดดจะประกอบด้วยกัน 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากห้อง 15 นาที เพื่อให้เนื้อครีมซึมลงสู่ผิวได้อย่างเต็มที่ซะก่อน
  2. เพื่อให้ทาได้ทั่วหน้าและลำคอ ต้องทากันแดด 2 นิ้วมือ นิ้วละ 2 ข้อนะ (มีคนเข้าใจผิดทา 1 นิ้ว 2 ข้อนิ้ว อันนั้นผิดนะ)
  3. ถ้าอยู่กลางแจ้งต้องทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงนะ

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าการทาใช้งานได้อย่างถูกต้องนั้นจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป คุณจะต้องเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับผิวด้วย โดยรายละเอียดในเรื่องนี้ มาดามเตรียมพร้อมไว้ให้คุณแล้ว ห้ามพลาดล่ะ!! คลิ้กที่ลิงก์ด้านล่างแล้วไปดูกันได้เลย

get-to-know-how-to-choose-best-effective-sunscreen-for-your-skin

Inspirer_Button_3_aug_shop_now_design2 (1)

ครีมกันแดดหาสุดพรีเมี่ยมหาซื้อได้ที่ Central Online!!

อย่างที่มาดามได้เล่าไปหลายๆ ครั้งว่า Central Online นั้นเป็นแหล่งรวมสกินแคร์สุดพรีเมี่ยมมากมาย และแน่นอนว่ารวมไปถึง “ครีมกันแดด” ด้วย มาดามเองก็มีลิสต์เตรียมไว้ให้คุณแล้วเช่น โดยเป็น 10 ครีมกันแดดที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Central Online จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย!!

top-10-list-sunscreen-cream-protect-your-skin-from-uv-2022

Inspirer_Button_3_aug_shop_now_design2 (1)

และนี่ก็คือเรื่องราวดีๆ ที่มาดามนำมาฝากคุณในครั้งนี้ หวังว่าคงพอจะรู้จักครีมกันแดดทั้ง 3 ประเภทมากยิ่งขึ้นแล้ว และสามารถบอกได้ว่าพวกมันแตกต่างกันอย่างไร สำหรับใครที่อยากไปช้อปปิ้งกันต่อสามารถไปช้อปกันได้เลยที่ Central Online แหล่งรวมสินค้าพรีเมี่ยมที่มีให้คุณเลือกอย่างหลากหลาย

ขอบคุณข้อมูลจาก: Siamchemi และ Kaani

เรียบเรียงโดย: MadameLisa