การคลอดลูกแต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร

การคลอดลูก 3 แบบ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

เมื่อเหล่าคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ว่าจะกี่ท้องต่อกี่ท้องยังคงกังวลไม่น้อยกับการคลอดลูก ว่าจะคลอดแบบไหนดี? มีให้เลือกหลายวิธีซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น การผ่าคลอด การคลอดธรรมชาติ การคลอดในน้ำ ซึ่งแต่ละวิธีต่างมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ต่างกันออกไปโดยจะต้องเลือกให้ถูกตามลักษณะและสุขภาพของครรภ์และตัวของคุณแม่ด้วย เพราะแต่ละวิธีจะส่งผลกับสุขภาพของคุณแม่และคุณลูกอีกด้วย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการเลือกวิธีคลอดลูก ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง ไปดูกัน

การคลอดลูกแบบการผ่าคลอด (Caesarean Section)

วิธีการนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในหมู่ของคุณแม่ยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก คุณแม่หลายคนมักมีความเชื่อในฤกษ์งามยามดีในการคลอดลูกเพราะข้อดีของวิธีการนี้คือคุณแม่สามารถเลือกวันและเวลาในการคลอดลูกได้ จึงมักนิยมคลอดลูกโดยการผ่าคลอด เพื่อนำทารกออกมา โดยแพทย์จะให้คุณแม่เลือก ถ้าต้องการดมยาสลบ คุณแม่จะไม่เห็นการคลอดและไม่ได้สัมผัสตัวลูกน้อยในทันทีหลังคลอด หากคุณแม่เลือกวิธีการบล็อกหลังหรือเรียกกันว่าการฉีดยาเข้าไขสันหลัง ด้วยวิธีนี้คุณแม่จะไม่มีความรู้สึกในการผ่าคลอด

ข้อดีของวิธีนี้คือคุณแม่จะได้ยินเสียงแรกเกิดของลูกและยังสัมผัสลูกได้ในทันทีหลังคลอด เมื่อแพทย์ให้ยากับคุณแม่เสร็จจนยาออกฤทธิ์ แพทย์จะผ่าตามแนวขวางในบริเวณ Bikini Cut และค่อยๆ ผ่าลึกลงไปชั้นผิวหนังผ่านเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ ลงไปจนถึงบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้อง พอไปถึงบริเวณมดลูกจะค่อยๆ เลาะเยื่อบุช่องท้องที่คลุมมดลูกส่วนล่างออก จากนั้นจะดันกระเพาะปัสสาวะให้ต่ำลงไป จึงจะกรีดมีดผ่านเนื้อมดลูกจนเข้าไปในโพรงมดลูกให้กว้างพอที่จะให้ทารกคลอดได้ จากนั้นแพทย์จะค่อยๆ ช้อนหัวของทารกออกมาตามด้วยลำตัวและเท้า แต่ข้อเสียของคือ คุณแม่จะมีอาการเจ็บแผลบริเวณที่ผ่าตัดมากในช่วงแรก เจ็บแผลเป็นระยะเวลานานเป็นเดือน เสียเลือดมาก มีอาการเจ็บกว่าและมีโอกาสติดเชื้อมากกว่าคลอดธรรมชาติ ต้องเย็บไหมหลังคลอดและทำการตัดไหมบริเวณแผลที่ผ่าคลอด อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงอีกด้วย

การคลอดธรรมชาติ (Active Birth)

คุณแม่ส่วนใหญ่มักอยากคลอดลูกด้วยวิธีการคลอดธรรมชาติ เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และลูกน้อย โดยวิธีการคลอดธรรมชาติ คุณแม่จะต้องมีครรภ์ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ทารกต้องอยู่ในท่าเอาศรีษะลงเข้าสู่เชิงกรานข้อดีของวิธีนี้คือคุณแม่สามารถควบคุมการคลอดด้วยตัวเองและเมื่อคลอดแล้วก็จะฟื้นตัวเร็ว แผลหายเร็วกว่าการผ่าคลอด มีราคาถูกกว่าการการผ่าคลอด มีรอยแผลนิดเดียวหรืออาจจะไม่มีรอยแผลเลย น้ำนมของคุณแม่มาเร็วกว่าปกติ แต่ข้อเสียการคลอดธรรมชาติ คือถ้าคุณแม่คลอดลูกโดยไม่ใช้ยา ไม่ใช้การบล็อกหลังและเตรียมตัวมาไม่ดี คุณจะต้องรับมือกับความเจ็บปวดนั้นอย่างมาก โดยเฉพาะหากทารกมีขนาดตัวที่ใหญ่และคุณแม่มีขนาดตัวเล็กจะส่งผลให้คุณแม่เจ็บปวดอย่างมาก

การคลอดในน้ำ

การคลอดเจ้าตัวน้อยด้วยวิธีนี้ ภาวะครรภ์ของคุณแม่จะต้องมีความเสี่ยงต่ำ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์เป็นวิธีที่ง่าย สบายข้อดีก็คือเป็นที่นิยมในต่างประเทศ โดยคุณแม่จะต้องแช่ตัวในน้ำอุ่น  อุณหภูมิน้ำประมาณ 37 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยรองรับนํ้าหนักของคุณแม่ทำให้อาการเจ็บปวดลดลงได้ คุณแม่จะรู้สึกผ่อนคลาย สบาย คลอดได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องให้ยาแก้ปวด เมื่อหลังคลอดคุณแม่จะฟื้นตัวได้ดี ช่วยลดความเครียดของทารกที่กำลังออกมาจากครรภ์ได้ เพราะอุณหภูมิน้ำมีความใกล้เคียงกับการอยู่ในครรภ์มารดา ทำให้ทารกน้อยได้ปรับตัวจากครรภ์ออกมาสู่โลกภายนอกได้ เมื่อทารกออกมาจากครรภ์หัวเด็กโผล่พ้นช่องคลอดของแม่ก็จะลอยอยู่ในน้ำ ซึ่งน้ำอุ่นจะช่วยรับแรงกระแทกที่อาจทำอันตรายแก่ทารกได้ แต่หากคุณแม่ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง น้ำคร่ำน้อย สายสะดือพันคอเด็ก ให้หลีกเลี่ยงวิธีการคลอดในน้ำ ข้อเสียของวิธีนี้คือคุณแม่จะต้องทนเจ็บท้องนานหลายชั่วโมง จนกว่าปากมดลูกจะเปิด โรงพยาบาลในไทยมีการคลอดลูกด้วยวิธีนี้เพียงไม่กี่แห่งและมีค่าใช้จ่ายในการคลอดสูง

ก่อนที่คุณแม่จะเลือกวิธีคลอดลูกไม่ว่าจะด้วยวิธีการผ่าคลอด การคลอดธรรมชาติ หรือการคลอดในน้ำ คุณแม่จะต้องทำการตรวจสุขภาพครรภ์ สุขภาพของคุณแม่ ลูกน้อยและทำตามคำแนะนำจากสูติแพทย์ก่อนนะคะ รวมถึงคุณแม่ต้องวิเคราะห์ถึงข้อดี ข้อเสียของวิธีการคลอดลูกต่างๆ ให้เหมาะสม